Google

Wednesday, September 23, 2009

Development : Third World Debt Crisis

การพัฒนา: วิกฤติการณ์หนี้สินของโลกที่สาม

สภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอันเป็นผลมาจากการมีหนี้สินมากของกลุ่มประเทศในโลกที่สามที่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารเอกชนของประเทศตะวันตกแล้วไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนได้ วิกฤติการณ์หนี้สินระดับโลกนี้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุต่อไปนี้ คือ (1) เพราะสถาบันเงินทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาลปล่อยเงินกู้ออกไปมากเกินไป (2)เพราะภาวะหนี้สินพอกพูนเป็นหางหมูในหมู่ประเทศโลกที่สามและรัฐที่ปกครองตามระบอบคอมมิวนิสต์หลายประเทศ และ(3)เพราะประเทศที่เป็นลูกหนี้หลายประเทศไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนให้แก่องค์การให้บริการเงินกู้เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอได้ เมื่อลูกหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สินเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นๆในช่วงปลายทศวรรษปี 1980 ก็ได้ก่อให้เกิดสภาวะวิกฤติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงินของโลก ในปี ค.ศ. 1988 ขนาดของหนี้พอกพูนโตขึ้นๆมากจากผลของการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ ซึ่งทำให้มียอดเงินกู้จำนวนทั้งสิ้นถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ วิกฤติการณ์หนี้สินส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากผลของวิกฤติการณ์น้ำมันโลก จากภาวะเงินเฟ้อในประเทศกลุ่มโลกที่สามหลายประเทศ และจากความต้องการของประเทศเหล่านี้ที่อยากจะได้ทุนไปพัฒนาและสร้างความทันสมัยให้แก่เศรษฐกิจของตน ประเทศลูกหนี้ที่สำคัญ ได้แก่ อาร์เจนตินา โบลิเวีย บราซิล ชิลี โคลัมเบีย เอกวาดอร์ ไอเวอร์รีโคสต์ เม็กซิโก โมร็อกโก ไนจีเรีย เปรู และฟิลิปปินส์ ในจำนวนนี้บราซิลและเม็กซิโกเป็นหนี้จำนวนมากที่สุด


ความสำคัญ การมีหนี้สินมากมายอยู่ทั่วโลกนี้ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ร้ายแรงขึ้นทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ อันมีผลกระทบตั้งต่อเจ้าหนี้เองและต่อลูกหนี้เสมอหน้ากัน การไม่ยอมชำระหนี้และการขมขู่ว่าจะไม่ชำระหนี้นี้ปกติจะส่งผลให้มีการปรับแต่งตารางการชำระหนี้ของชาติที่ไม่ยอมชำระหนี้นั้น ตลอดจนจะมีผลต่อการปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และเมื่อไม่นานมานนี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อธนาคารโลกที่ได้หาทางจะให้ประเทศลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ต่อไป มีหลักปฏิบัติอยู่ว่าเมื่อจะปล่อยเงินกู้ให้นั้น ประเทศที่จะรับเงินกู้จะต้องตกลงที่จะทำการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจภายในชาติของตน ซึ่งทั้งนี้ก็รวมทั้งจะต้องลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐบาลและนำมาตรการประหยัดมาใช้สำหรับประชาชนทั้งประเทศด้วย เงื่อนไขเช่นนี้เมื่อนำไปใช้กับประเทศที่มีประชากรล้นประเทศและมีภาวะยากจนกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ก็จะทำให้เกิดการประท้วง เกิดการจลาจล และเกิดการกบฏ ในช่วงทศวรรษปี 1980 นอกจากจะมีเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) แล้วก็ยังมีเงินกู้ที่ปล่อยจากธนาคารโลก(ไอบีอาร์ดี) ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อขยายเศรษฐกิจของประเทศลูกหนี้ ให้สามารถชำระหนี้ที่มีเป็นจำนวนมหาศาลในอนาคตได้ ประเทศเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติการณ์หนี้สินโลกครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และแคนาดา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า กลุ่มจี-6 ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาแนวทางและนโยบายใหม่ที่จะมิให้เกิดการ ”ชักดาบ” ไม่ยอมชำระหนี้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปก็จะเกิดผลร้ายแรงตามมา คือ จะทำให้เกิดสภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็จะส่งผลต่อไปให้ประเทศลูกหนี้หยุดการชำระหนี้โดยสิ้นเชิง และก็จะทำให้ธนาคารของชาติตะวันตกเกิดการล้มละลาย กับทั้งจะเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกตามมาในที่สุด

===============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Underdevelopment

การพัฒนา : การด้อยพัฒนา

สภาวะที่แสดงออกถึงความล้าหลังทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เมื่อวัดโดยใช้มาตรฐานของสังคมที่พัฒนาแล้ว ลักษณะพิเศษของการด้อยพัฒนามีดังนี้ คือ (1) รายได้และผลิตภาพทั้งในระดับชาติและระดับรายหัวต่ำ (2) การไม่รู้หนังสือของประชากรมีอัตราสูง (3) มีอัตราการเกิดสูงและอัตราการตายต่ำทำให้เกิดสภาวะ ”ประชากรล้น” ประเทศ (4) มีการพึ่งพาเกษตรกรรมในระดับพอเพียงแต่เพียงอย่างเดียว (5) มีการใช้แรงงานเด็กมากและเด็กก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและโอกาสทางการศึกษาน้อย (6) สถาบันทางการเมืองมีการรวมอำนาจ (7) มีโครงสร้างของชนชั้นแบบกระชับ คือ มีการเคลื่อนย้ายทางสังคมน้อย และ (8) มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านการคมนาคมและการขนส่งอยู่ในระดับยังล้าหลัง


ความสำคัญ การด้อยพัฒนาซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เคยได้รับการยอมรับในหมู่ประชาชนหลายล้านคนมานานหลายศตวรรษมาแล้วนี้ ได้ถูกโจมตีจากสังคมดังกล่าวในปัจจุบัน กระบวนการสร้างความทันสมัยเพื่อจะเอาชนะการด้อยพัฒนานั้นจะใช้วิธีเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเอาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปแบบการพึ่งพาตนเองได้มาใช้แทนภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ เมื่อรัฐส่วนใหญ่ประสบความล้มเหลวไม่สามารถดำเนินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ก็จะเกิดสภาวะ ”ช่องว่างของการเก็บกด” ที่มีอันตรายในสังคม กล่าวคือ คนในสังคมจะไม่ยอมรับว่าความยากจนเป็นเรื่องธรรมดาที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ทว่าการขาดแคลนเงินออมและเงินลงทุน การปฏิเสธที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการที่มีประชากรเพิ่มทวีเป็นจำนวนมาก เหล่านี้ล้วนเป็นตัวขวางกั้นมิให้ชาติเหล่านี้ก้าวหน้าต่อไปได้ การให้ความช่วยเหลือเพื่อจะให้สามารถเอาชนะการด้อยพัฒนาที่รัฐพัฒนาแล้วทั้งฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออกตลอดจนที่องค์การระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกหยิบยื่นให้นั้นมีความคืบหน้าไปน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวัดกันในระดับรายหัวของประชากรด้วยแล้ว

=============================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Bank for Reconstruction and Development(IBRD)

องค์การเพื่อการพัฒนา : ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนา(ไอบีอาร์ดี)

ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติที่ก่อตั้งโดยข้อตกลงเบรตตันวูดส์ปี ค.ศ. 1944 เพื่อช่วยเหลือชาติต่างๆให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่สอง และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในหมู่ประเทศด้อยพัฒนา ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธนาคารโลก มีสมาชิกเมื่อปี ค.ศ. 1987 จำนวน 151 ชาติ มีผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ ประธานธนาคาร กับมีคณะกรรมการผู้ว่าการคณะหนึ่งที่จะมาประชุมกันทุกปีเพื่อกำหนดนโยบายขั้นพื้นฐาน ส่วนการตัดสินใจให้เงินกู้นั้นจะกระทำโดยคณะกรรมการฝ่ายบริหารที่จะมาประชุมกันทุกเดือนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของธนาคารโลก โดยการตกลงใจนั้นจะใช้ระบบลงคะแนนเสียงในแบบชั่งน้ำหนัก กล่าวคือ ตามจำนวนหุ้นเงินทุนที่กรรมการแต่ละชาติมีอยู่นั้น เมื่อปี ค.ศ. 1980 เงินทุนของธนาคารโลกมีจำนวนกว่า 3 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่สหรัฐอเมริกาถือหุ้นอยู่กว่าหนึ่งในห้า สต๊อกของหุ้นที่มีอยู่ในธนาคารโลกแยกออกได้เป็น 2 ส่วน คือ (1) เงินประกันเงินกู้ที่ธนาคารสามารถกู้ได้จากแหล่งเงินกู้ภาคเอกชนในตลาดเงินทุนของโลก(90 เปอร์เซ็นต์) และ (2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลของรัฐสมาชิกจ่ายแก่กองทุนเงินกู้(10 เปอร์เซ็นต์) เมื่อได้ก่อตั้งบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ(ไอเอฟซี) เมื่อปี ค.ศ. 1956 เพื่อให้มาทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านการลงทุนของภาคเอกชน และก่อตั้งสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ(ไอดีเอ) เป็นองค์การขึ้นตรงต่อธนาคารโลกเมื่อปี ค.ศ. 1960 เพื่อให้ปล่อยเงินกู้ระยะยาวและปลอดภาษี ขึ้นมาแล้วนั้น องค์การปล่อยเงินกู้สาธารณะทั้งสามแห่งนี้ก็ได้ทำงานร่วมกันเป็น กลุ่มธนาคารโลก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะปล่อยเงินกู้ให้แก่รัฐบาลของรัฐที่เป็นสมาชิกเท่านั้น ภาคเอกชนอาจกู้ได้แต่ต้องให้รัฐสมาชิกค้ำประกัน เงินกู้สำหรับใช้ในโครงการพัฒนาที่สำคัญส่วนใหญ่จะใช้วิธีกู้ที่เรียกว่า คอนโซเตียม ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ให้องค์การปล่อยเงินกู้ต่างๆทั้งในระดับนานาชาติและในระดับชาติร่วมมือกับธนาคารเอกชนให้การสนับสนุนการเงินแก่โครงการต่างๆ

ความสำคัญ บทบาทในระยะเริ่มแรกของธนาคารโลกในการให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูดินแดนต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากสงครามนั้นได้เปลี่ยนไปเมื่อปี ค.ศ. 1949 โดยให้ไปมีบทบาทใหม่เป็นการปล่อยเงินกู้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1980 ธนาคารโลกได้ปล่อยเงินกู้จำนวน 1, 700 รายการ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นเกือบหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ประเทศหรือดินแดนต่างๆ(ที่ยังไม่เป็นประเทศ) เกือบ 100 แห่ง ระหว่างปี ค.ศ. 1981-1985 ธนาคารโลกได้ปล่อยเงินกู้มีมูลค่ารวมถึง 53.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลักษณะเงินกู้มีความหลากหลายโดยมีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับดอกเบี้ยในตลาดเงินทุนของภาคเอกชน ส่วนระยะเวลาในการจ่ายคืนเงินกู้มีกำหนดตั้งแต่ 10 ปีไปจนถึง 35 ปี เงินที่กู้ไปได้ถูกนำไปใช้ในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการชลประทาน โครงการเหมืองแร่ โครงการทางการเกษตร โครงการขนส่งและการคมนาคม และโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมทั่วไป นอกจากนี้แล้ว ธนาคารโลกก็ยังได้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค เพื่อเป็นการเตรียมการเบื้องต้นเอาไว้ก่อนจะได้นำเงินกู้ไปใช้ในทางที่จะเป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้กู้ได้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิผลเมื่อได้รับเงินกู้มาแล้ว ถึงแม้ว่าธนาคารโลกจะเพิ่มทวีปฏิบัติการปล่อยเงินกู้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถสนองความต้องการทางด้านเงินทุนของประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆได้ทัน อุปสรรคสำคัญ ก็คือ เมื่อรัฐต่างๆกู้เงินไปแล้วไม่สามารถจ่ายเงินคืนในรูปของเงินตราสกุลแข็งได้ เนื่องจากประเทศที่กำลังพัฒนาเหล่านี้มีพันธะทางหนี้หนักมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี เงินกู้ใหม่ที่ปล่อยออกไปเป็นเงินกู้ของธนาคารโลกและของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยเป็นการปล่อยเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติการณ์หนี้สินในกลุ่มประเทศโลกที่สาม แต่ทว่าก่อนจะปล่อยเงินกู้ใหม่ให้นั้นจะมีเงื่อนไขต่างๆ เป็นต้นว่า ประเทศผู้กู้จะต้องเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐโดยทำการปฏิรูปให้เป็นเศรษฐกิจแบบการตลาด และจะต้องดำเนินโครงการประหยัดอย่างเคร่งครัดอีกด้วย

==============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Development Association (IDA)

องค์การการพัฒนา : สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ(ไอดีเอ)

องค์การที่ขึ้นอยู่กับธนาคารโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1960 เพื่อให้เป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ทำหน้าที่ปล่อย”เงินกู้เงื่อนไขยืดหยุ่น”แก่มวลสมาชิก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1987 สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศมีสมาชิกจำนวน 151 ชาติ และมีเงินทุนบริจาคที่เก็บได้จากสมาชิกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศจะเป็นสถาบันแยกเป็นเอกเทศหนึ่งต่างหาก แต่การบริหารและเจ้าหน้าที่ของสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศก็เป็นกลุ่มเดียวกับของธนาคารโลก(ไอบีอาร์ดี) นั่นเอง ทุนดำเนินการของสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศได้มาจากเงินบริจาคของรัฐที่มีเงินทุนมากๆและจากเงินกู้ที่ปล่อยให้สมาคมฯโดยธนาคารโลก ลักษณะเงินกู้ของสมาคมฯจะเป็นประเภท ”เงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่น” กล่าวคือ (1) เป็นเงินกู้มูลค่าต่ำ(ไม่มีดอกเบี้ยเพียงแต่คิดค่าบริการรายปีเพียงเล็กน้อย) (2) มีระยะเวลาชำระหนี้ยาวนาน(50 ปี) และ (3) อัตราการชำระหนี้คืนก็ค่อยเป็นค่อยไป(10 ปีแรกยังไม่ต้องชำระหนี้ ช่วงสิบปีต่อมาจ่ายปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และช่วง 30 ปีต่อมาจ่ายปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้)

ความสำคัญ สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นมาจากผลของการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธนาคารโลกมีนโยบายปล่อยเงินกู้ในแบบอนุรักษ์นิยม(เหมือนสถาบันการเงินของภาคเอกชนทั่วไป) และจากผลของความวิตกกังวลของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อนโยบายเชิงรุกในการให้ความช่วยเหลือทางด้านการค้าของสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษปี 1950 แนวความคิดต้องการให้มีองค์การที่ขึ้นตรงต่อธนาคารโลกทำการปล่อยเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่นนี้ขึ้นมา ได้มีการถกแถลงกันเป็นครั้งแรกในรัฐสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการเน้นย้ำว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งองค์การเช่นนี้ขึ้นมาให้ได้ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1980 สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศได้ขยายเครดิตเงินกู้มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ประเทศและดินแดนต่างๆกว่า 50 แห่ง การให้การสนับสนุนแก่สมาคมฯ ส่วนใหญ่จะได้จากประเทศลูกหนี้ เพราะประเทศลูกหนี้เหล่านี้ถือว่าสมาคมฯเป็นสถาบันปล่อยเงินกู้ที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองรองลงมาจากเงินทุนแบบให้เปล่าของสหประชาชาติ ประเทศลูกหนี้เหล่านี้จะสามารถจ่ายเงินกู้คืนให้แก่สมาคมฯ หลังจากระยะปลอดดอกเบี้ยสิบปีแรกผ่านไปได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศเหล่านี้(1)มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงใด และ(2) มีความสามารถในการแสวงหาเงินตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศได้มากน้อยขนาดไหน 



 =============================================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Finance Corporation (IFC)

องค์การเพื่อการพัฒนา: บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอฟซี)

ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1956 บรรษัทการเงินระหว่างประเทศเข้ามาช่วยเสริมบทบาทของธนาคารโลก (ไอบีอาร์ดี) ในการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการปล่อยเงินกู้และการลงทุนโดยตรงให้กับบริษัทเอกชนในประเทศกำลังพัฒนา บรรษัทการเงินระหว่างประเทศมีสมาชิกจำนวน 151 ชาติ(เมื่อปี ค.ศ.1987) และชาติสมาชิกเหล่านี้ได้บริจาคเงินเข้าสต๊อกเงินทุนของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ในสัดส่วนเดียวกับที่ตกลงในธนาคารโลก สำหรับเงินทุนดำเนินการของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดเงินทุนของโลกและได้จากเงินกู้ที่ธนาคารโลกปล่อยให้แก่บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ

ความสำคัญ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศได้ปล่อยเงินกู้มีมูลค่าทั้งสิ้นนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ประเทศกำลังพัฒนา แต่เนื่องจากมีปัญหาทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นมามากจึงทำให้บรรษัทฯไม่สามารถหาเงินทุนมาให้กู้ได้ทันกับความต้องการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นต้นมา มีผู้วิพากษ์วิจารณ์โจมตีว่าบรรษัทฯไม่ได้รับการยอมรับทั้งจากชาติที่ให้ความช่วยเหลือและจากชาติที่มาขอรับความช่วยเหลือ ทั้งนี้จะเห็นได้จากบรรษัทฯมีกิจกรรมไม่มากทั้งทางด้านการจัดหาเงินทุนและการให้กู้ยืม ส่วนวัตถุประสงค์ของบรรษัทฯเพื่อส่งเสริมภาคเอกชนให้เข้ามาดำเนินการทางเศรษฐกิจในรัฐที่กำลังพัฒนานั้นก็ไม่บรรลุตามเป้าเนื่องจากประสบกับอุปสรรคในการรวมตัวระหว่างภาครัฐบาลกับภาคเอกชน

==========================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : Multinational Corporations

องค์การเพื่อการพัฒนา : บรรษัทหลายชนชาติ

องค์การทางธุรกิจที่มีฐานแม่ข่ายอยู่ที่ประเทศหนึ่งแต่ดำเนินกิจการผ่านทางลูกข่ายที่ไปอยู่อีกประเทศหนึ่ง บรรษัทหลายชนชาติซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บรรษัทข้ามชาติ นี้จะขยายกิจการไปเรื่อย โดยชิงความได้เปรียบจาก”การประหยัดจากขนาดการผลิต”(กล่าวคือ ลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้จากผลของการเจริญเติบโตและการเพิ่มระดับของการผลิต) ในบางครั้งบริษัทหลายชนชาติจะได้เปรียบในแง่ที่ว่าในตลาดจะมีผู้ขายน้อยรายหรือเป็นตลาดแบบกึ่งผูกขาด

ความสำคัญ บรรษัทหลายชนชาติได้ไปเปิดกิจการอยู่ในประเทศต่างๆในกลุ่มโลกที่สาม ภายใต้สภาวะที่เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายตน คือ เป็นที่ซึ่งความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมมีมากกว่าความต้องการโภคภัณฑ์ขั้นปฐม และเป็นที่ซึ่งธุรกิจขนาดยักษ์หลายแห่งสามารถกำหนดราคาสินค้าและควบคุมตลาดได้ ประเทศในกลุ่มโลกที่สามได้พยายามจะเข้าควบคุมบทบาทที่เพิ่มขึ้นมามากของบรรษัทหลายชนชาติเหล่านี้ จึงได้ช่วยกันผลักดันในสหประชาชาตินับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 เพื่อให้มี “จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับบรรษัทข้ามชาติ” ความต้องการให้มีจรรยาบรรณนี้มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี ค.ศ. 1984 อันเป็นปีที่คนเกือบ 2,000 คนได้เสียชีวิตที่เมืองโภปาลประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผลมาจากแก๊สเกิดการรั่วไหลในโรงงานของบริษัทข้ามชาติของสหรัฐอเมริกาชื่อ ยูเนียน คาร์ไบน์ สาระสำคัญของจรรยาบรรณฉบับนี้กล่าวถึงเรื่องต่อไปนี้ คือ (1) พฤติกรรมทั่วไปของบรรษัทหลายชนชาติ (2) ความปลอดภัยของคนงาน (3) กรรมสิทธิ์และการควบคุม (4) การเก็บภาษี (5) การตั้งราคาโอน และ (6) ผลกระทบจากการปฏิบัติการของบรรษัทหลายชนชาติต่อดุลการชำระเงินของประเทศเจ้าบ้าน ถึงแม้ว่าชาติตะวันตกจะมีส่วนร่วมในการยกร่างจรรยาบรรณดังกล่าวแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดที่ให้มีการจำกัดกิจกรรมของบรรษัทหลายชนชาติในเศรษฐกิจของโลก บรรษัทหลายชนชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เพราะเข้าไปแทรกแซงในกิจกรรมทางการเมืองของประเทศในกลุ่มโลกที่สาม แต่ที่ร้ายแรงที่สุด ก็คือ บรรษัทหลายชนชาติบางแห่งได้ตกเป็นเครื่องมือในการทำการล้มล้างระบอบการปกครองที่ตนไม่ชอบหรือระบอบการปกครองของฝ่ายซ้าย หรือไม่เช่นนั้นก็ได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลที่เป็นมิตรกับตนอย่างเต็มที่

Development Agency : Regional Banks

องค์การเพื่อการพัฒนา : ธนาคารในระดับภูมิภาค

สถาบันให้กู้ยืมเงินที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยภาครัฐบาลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและในระดับอนุภูมิภาค ธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคมีการก่อตั้งขึ้นมาในยุโรป ละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ธนาคารเช่นนี้ในยุโรป คือ ธนาคารลงทุนยุโรป ซึ่งเริ่มปฏิบัติงานเมื่อปี ค.ศ.1958 เป็นสถาบันของรัฐต่างๆที่พัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจยุโรป(อีอีซี) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลักเซมเบิร์กประเทศราชรัฐลักเซมเบิร์ก มีทุนแรกเริ่ม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทวีปอเมริกามีธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐในทวีปอเมริกา ซึ่งได้เปิดดำเนินการเมื่อปี ค.ศ. 1960 มีสมาชิกประกอบด้วยสาธารณรัฐต่างๆรวม 21 สาธารณรัฐ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ธนาคารมีเงินทุน 3.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทวีปแอฟริกามีธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1965 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงอาบิดจานประเทศไอเวอรีโคสต์ มีสมาชิกประกอบด้วยประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา และมีเงินทุน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพื่อจะหาเงินทุนมาเสริมเงินทุนที่ได้จากเหล่าสมาชิกในทวีปแอฟริกาที่มีจำนวนไม่มากนั้น ก็จึงได้ดำเนินการการจัดตั้ง กองทุนเพื่อการพัฒนาแอฟริกา เมื่อปี ค.ศ. 1972 เพื่อส่งเสริมให้มีการบริจาคทุนจากประเทศที่มีเงินทุนเหลือเฟือภายนอกภูมิภาค ในทางทวีปเอเชียก็มี ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1967 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีทุนเริ่มแรก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สมาชิกของธนาคารระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแห่งนี้ นอกจากจะมีชาติในภูมิภาคนี้โดยตรงแล้วก็ยังมีชาตินอกภูมิภาคด้วย กล่าวคือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์

ความสำคัญ การก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเกิดขึ้นเพราะผลของการขยายตัวของปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการระดมทรัพยากรทุนที่ขาดแคลนเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหานี้ โครงการความช่วยเหลือต่างๆทั้งแบบทวิภาคีและแบบพหุภาคีมักมุ่งให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและให้ความช่วยเหลือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะให้ความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมมีส่วนน้อย หน้าที่หลักของธนาคารในภูมิภาคเหล่านี้ ก็คือ เข้าไปเติมเต็มความต้องการส่วนที่ขาดหายไปนี้ สมาชิกของธนาคารในระดับภูมิภาคต่างๆจะไม่มีลักษณะเป็นแบบเดียวกัน คือ ธนาคารเพื่อการพัฒนายุโรปมีสมาชิกประกอบด้วยรัฐที่มีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทั้งหมด ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกาก่อตั้งขึ้นมาโดยประเทศด้อยพัฒนาในทวีปแอฟริกาทั้งหมด ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐอเมริกา มีสมาชิกที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมในระดับสูงมากเพียงชาติเดียว(คือ สหรัฐอเมริกา) ส่วนธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย มีสมาชิกแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทหนึ่ง ได้แก่ ชาติที่พัฒนาแล้ว ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ ชาติที่ด้อยพัฒนา เงินทุนที่นำมาสนับสนุนธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคได้มาจากทั้งภาครัฐบาลและจากการขายพันธบัตรภาครัฐบาล ธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวในระดับทั่วโลกที่จะแก้ปัญหานี้ โดยวิธีก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศเฉพาะกิจต่างๆ ประสิทธิผลของธนาคารเหล่านี้ที่จะช่วยให้เกิดความทันสมัยและการสร้างชาติในประเทศด้อยพัฒนายังคงได้รับการทดสอบในช่วงทศวรรษปี 1990

Elephantstay,Thailand,

Elephantstay,Thailand,
Live,work and play with elephants