Google

Wednesday, September 23, 2009

Development : Capital

การพัฒนา : ทุน

ปัจจัยการผลิต(อีก 2 ปัจจัย คือ ที่ดินและแรงงาน) ซึ่งแสดงออกมาในรูปของเงินและสินค้าผู้ผลิต การใช้ทุนเพื่อการขยายศักยภาพทางการผลิตจะกระทำได้ต้องอาศัย (1) กำไร (2)จำนวนของกำไรที่มีการออมไว้และ (3) การนำเงินที่ออมไว้เข้าสู่การลงทุนในรูปของสินค้าทุน ในรัฐทุนนิยมที่เจริญแล้วนั้นจะมีการส่งเสริมให้มีการรวมทุนด้วยวิธี(1) สร้างตลาดที่มีความมั่นคง (2) ให้มีระบบการธนาคารทำงานอย่างเต็มที่ และ(3) ให้ภาครัฐบาลทำการควบคุมนโยบายการคลังและการเงิน ส่วนในรัฐที่ปกครองตามระบอบคอมมิวนิสต์นั้น รัฐจะเข้าวางแผนชี้นำให้มีการนำรายได้ของชาติจำนวนมากๆมาใช้พัฒนาสินค้าทุน แหล่งเงินทุนของรัฐด้อยพัฒนาทั้งหลาย ได้แก่ (1)เงินออมภายในประเทศ (2)เงินลงทุนของภาคเอกชนจากต่างประเทศ (3) เงินจากการค้า และ (4) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทุนจะช่วยจัดหาปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ อาคาร เครื่องจักรกล อุปกรณ์ เครื่องมือ พลังงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านการขนส่ง ฯลฯ


ความสำคัญ การสะสมทุนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในหมู่รัฐที่เจริญแล้ว และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศด้อยพัฒนา อย่างไรก็ดี การลงทุนในรูปของเงินทุนแท้ๆจะบังเกิดขึ้นมาได้นั้นต้องมีการพิจารณากันทั้งในด้านการตลาดและอุปสงค์ของสินค้า ในทางทฤษฎีและภาคปฏิบัติของเศรษฐกิจสมัยใหม่นั้น ได้กำหนดให้ภาครัฐบาลทำการส่งเสริมให้มีการถ่ายโอนเงินออมเข้าสู่การลงทุนเมื่อชาติประสบปัญหาการขาดแคลนเงินทุน หรือเมื่อเกิดภัยคุกคามจากภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ ในหมู่ประเทศด้อยพัฒนานั้น การสะสมทุนโดยผ่านทางการค้าต่างประเทศ(อันเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญ)จะได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจากอัตราการค้ามีราคาลดลงมากๆ จากลัทธิปกป้อง(แนวความคิดในการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศด้วยวิธีการปกป้อง หรือการกีดกันสินค้าเข้าด้วยการใช้มาตรการต่างๆ) ในประเทศที่เจริญแล้ว และจากการพัฒนาสิ่งสังเคราะห์เพื่อนำมาใช้แทนสินค้าขั้นปฐม การลงทุนของภาคเอกชนต่างประเทศในรัฐด้อยพัฒนานั้น มิได้เป็นไปดังความคาดหมาย เพราะว่าผู้ลงทุนจากรัฐที่เจริญแล้วนั้นเกรงกลัวว่าจะมีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศด้อยพัฒนา และมีแรงจูงใจอยากจะไปลงทุนในประเทศอุตสาหกรรมมากกว่าเพราะโอกาสที่การลงทุนมีความปลอดภัยจะมีมากกว่ากัน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว โครงการให้ความช่วยเหลือในรูปให้เปล่าก็จะมุ่งให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและในด้านการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ที่เป็นเงินทุนแท้ๆมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสถาบันระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ กลุ่มธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาแอฟริกา ธนาคารพัฒนาเอเชีย และธนาคารพัฒนาระหว่างรัฐอเมริกา ก็ได้ให้เงินทุนโดยปล่อยเงินกู้ประเภทที่มีเงื่อนไขเข้มงวดเสียส่วนใหญ่

==========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Economic Growth

การพัฒนา : การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

การเพิ่มทวีของผลิตภัณฑ์ประชาชาติสุทธิของชาติ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอาจจะวัดได้โดยใช้ฐานจากค่าของเงินตราในสมัยนั้นๆเป็นเกณฑ์วัด หรืออาจจะปรับแต่งตัวเลขโดยวิธีพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากร และปัจจัยทางภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝืดก็ได้ นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 5 เปอร์เซ็นต์นับได้ว่าเป็นอัตราที่น่าพอใจสำหรับชาติส่วนใหญ่ มีบางชาติที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเกินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์นี้ แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ถึงกัน ถึงแม้ว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหลายประเทศจะสามารถเพิ่มพูนรายได้มวลรวมประชาชาติในอัตราสูง แต่เมื่อนำตัวเลขมาปรับกับการเจริญเติบโตทางด้านประชากรแล้ว อัตราเฉลี่ยรายหัวสุทธิก็จะไม่เกิน 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบางชาติเหมือนกันมีรายได้เฉลี่ยรายหัวต่ำมากแม้ว่าจะมีรายได้ประชาชาติสูงก็ตาม

ความสำคัญ การแข่งขันระหว่างรัฐต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่รัฐที่มีระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมือง และระบบสังคมที่แตกต่างกัน เป็นไปด้วยความรุนแรงเพราะแต่ละรัฐก็ต่างพยายามจะให้ฝ่ายตนบรรลุถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราสูงกว่ารัฐคู่แข่งของตนทั้งนั้น ตามหลักการมีอยู่ว่ารัฐด้อยพัฒนาที่มีฐานะยากจนจะสามารถบรรลุถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงกว่ารัฐที่เจริญแล้วได้ด้วยสาเหตุ 2 ประการ คือ (1) รัฐด้อยพัฒนามีส่วนเกินทางด้านแรงงานและด้านทรัพยากร และ (2) รัฐด้อยพัฒนามีฐานทางเศรษฐกิจขนาดเล็กกว่าของประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ก็จะสะท้อนออกมาให้เห็นว่ามีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นมาก ทั้งสองฝ่ายที่ทำการต่อสู้แข่งขันกันทางด้านอุดมการณ์ทั้งฝ่ายทุนนิยมและฝ่ายคอมมิวนิสต์ต่างก็อ้างว่าฝ่ายตนมีระบบที่จะช่วยให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ล้ำเลิศกว่า แต่ด้วยเหตุที่แต่ละฝ่ายมีการวัดค่านิยมเกี่ยวกับสินค้าและการบริการที่แตกต่างกัน ก็จึงทำให้ยากที่จะทำการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตนี้ในระหว่าง 2 ประเทศอย่างเช่นในกรณีของสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต(ในอดีต)ได้ ข้างฝ่ายชาติที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนั้นก็ได้หันเข้าไปยอมรับระบบที่จะเอื้ออำนวยให้ฝ่ายตนสามารถบรรลุถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญในสมการอำนาจ เพราะเป็นฐานสนับสนุนเบื้องต้นให้สามารถดำเนินโครงการต่างๆทั้งในต่างประเทศและในประเทศได้

Development : Infrastructure

การพัฒนา : โครงสร้างพื้นฐาน

พื้นฐานทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่จะสนับสนุนแรงผลักดันทางสังคมเพื่อให้บรรลุถึงความทันสมัยได้ การพัฒนาทางโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสถาบันเพื่อให้การสนับสนุนความพยายามของชาติได้พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ถนนหนทาง เขื่อน โรงงานพลังงาน ระบบคมนาคม ระบบชลประทาน และระบบขนส่ง เมื่อได้มีการสร้างฐานโครงสร้างพื้นฐานนี้แล้ว เศรษฐกิจของชาติหากมีทุนมาสนับสนุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแล้วก็จะเคลื่อนไหวต่อไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับพอพึ่งพาตนเองได้

ความสำคัญ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนที่จะมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม และได้รับการยอมรับว่ามีความสำคัญในระดับต้นๆในแผนการสร้างความทันสมัยของรัฐด้อยพัฒนาทั้งหลาย โครงการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่ต่างประเทศของรัฐตะวันตกทั้งหลายซึ่งทั้งนี้ก็รวมทั้งของสหรัฐอเมริกาด้วยนั้น ต่างก็มีรากฐานจากสมมติฐานที่ว่า เมื่อได้มีการสร้างฐานของโครงสร้างพื้นฐานและมีการพัฒนาทักษะทางเทคนิคต่างๆในรัฐด้อยพัฒนาแล้ว ก็จะส่งผลเกิดเป็นแรงดึงดูดให้มีเงินลงทุนภาคเอกชนจากต่างประเทศไหลเข้ามาสนับสนุนกระบวนการสร้างความทันสมัยนี้ได้ ในหลายรัฐแรงงานส่วนเกินในภาคเกษตรกรรมได้ละทิ้งผืนแผ่นดินที่ทำมาหากินของตนเข้าไปรวมตัวอยู่ในเมืองเพื่อใช้แรงงานในโครงการก่อสร้างต่างๆที่จะต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมากเนื่องจากยังขาดแคลนเครื่องจักรกลที่ทันสมัย สังคมในรัฐที่มีความเจริญก้าวหน้าในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ขาดแคลนเงินทุนที่จะนำไปใช้กับฐานนี้ให้เกิดมีประสิทธิผลขึ้นมาได้นั้น ก็จะทำให้มวลชนเกิดความเก็บกดก่อความวุ่นวายทางสังคมและก่อความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองได้

=========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Revolution of Rising Expectations

การพัฒนา : การปฏิวัติความคาดหวังที่สูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเจตคติ(ซึ่งมีมากในหมู่ประชากรหลายล้านคนในชาติที่มีฐานะยากจนทั่วโลก) จากการทอดอาลัยตายอยากปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมและยอมรับว่าความยากจนเป็นเวรกรรมติดตัวมาแต่อดีตชาตินั้น มาเป็นการมองโลกในแง่ที่ดีว่าปัจจัยในการดำรงชีวิตต่างๆสามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นมาได้ การปฏิวัติความคาดหวังที่สูงขึ้นนี้เกิดขึ้นมาก็เพราะมีการปรับปรุงทางด้านการคมนาคม ทำให้ประชาชนในรัฐด้อยพัฒนาได้รับรู้สภาวะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในชาติที่พัฒนาแล้ว และให้การยอมรับว่าสังคมด้อยพัฒนาสามารถปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นมาได้โดยการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญ การปฏิวัติการคาดหวังที่สูงขึ้นนี้ได้ทำให้เกิด”ช่องว่างของความเก็บกด”ที่มีอันตรายเพิ่มขึ้นในรูปความแตกต่างระหว่างความคาดหวังกับความสำเร็จ เมื่อสัญญาณของการพัฒนาทางเศรษฐกิจได้ปรากฏให้เห็นตามประเทศต่างๆส่วนใหญ่แล้ว ก็จะนำพาไปสู่การก่อตัวของความคาดหวังที่จะให้มีการปรับปรุงให้ดีมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่เนื่องจากว่าในประเทศด้อยพัฒนามีประชากรล้นประเทศจึงทำให้ไม่สามารถก้าวไปสู่ความก้าวหน้าเหล่านี้ซ้ำยังทำให้มาตรฐานการครองชีพลดลงมาด้วย เมื่อช่องว่างระหว่างสังคมคนรวยกับสังคมคนจนขยายตัวออกไปทั่วโลกความรู้สึกทางชาตินิยม ความต้องการปกครองตนเอง และการใช้ความรุนแรงในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ได้กลายเป็นเอกลักษณ์พิเศษสำหรับหมู่รัฐที่มีฐานะยากจนทั้งหลาย ข้างฝ่ายคอมมิวนิสต์ก็ได้ใช้วิธี “ตีสองหน้า” คือ ด้านหนึ่งก็ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐที่มีฐานะยากจนเหล่านี้ได้เกิดการพัฒนา แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ได้ฉกฉวยนำความเก็บกดที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการสนับสนุนให้มีการโค่นล้มรัฐบาลเดิมไปเสียเลย นโยบายของฝ่ายตะวันตกอย่างหนึ่ง ก็คือ ให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหารแก่รัฐบาลในรัฐที่มีฐานะยากคนเหล่านี้เพื่อให้ทำการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงสังคมโดยใช้วิธีการรุนแรง

==============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Technology

การพัฒนา : เทคโนโลยี

การใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และทักษะมนุษย์ไปแก้ปัญหาในด้านศิลปะของภาคปฏิบัติหรือภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีจะสูงหรือต่ำนั้นส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับการวิจัยและการพัฒนา(อาร์แอนด์ดี) กล่าวคือ เป็นการแสวงหาความรู้ขั้นพื้นฐานแล้วนำความรู้นั้นไปใช้กับนวัตกรรม กระบวนการสร้างความทันสมัยในโลกปัจจุบันเป็นเรื่องของการถ่ายโอนทักษะต่างๆจากสังคมที่มีความก้าวหน้าทางเทคนิคแล้วไปสู่สังคมที่ยังด้อยพัฒนา


ความสำคัญ เทคโนโลยีที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิวัติทางด้านอาวุธยุทธภัณฑ์ทางทหาร การผลิตทางด้านอุตสาหกรรม การคมนาคม การขนส่ง และการแพทย์ ในทางกลับกันนั้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลต่างๆขึ้นมา อาทิ อันตรายจากสงครามนิวเคลียร์ การปฏิวัติการคาดหวังที่สูงขึ้น การขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ -การโฆษณาชวนเชื่อ – การเศรษฐกิจที่กระจายไปทั่วโลก และภัยคุกคามจากการมีประชากรล้นโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีผลกระทบ คือ จะทำให้สังคมไม่สามารถปรับตัวหรือจัดการเกี่ยวกับผลของความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในสังคมได้ทัน ระดับสูงหรือต่ำทางเทคโนโลยีของชาติใดชาติหนึ่งเมื่อเทียบกับชาติอื่น(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาติที่มีศักยภาพเป็นศัตรู) เป็นเกณฑ์สำคัญในการวัดค่าอำนาจชาติได้

=============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Third World Debt Crisis

การพัฒนา: วิกฤติการณ์หนี้สินของโลกที่สาม

สภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอันเป็นผลมาจากการมีหนี้สินมากของกลุ่มประเทศในโลกที่สามที่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารเอกชนของประเทศตะวันตกแล้วไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนได้ วิกฤติการณ์หนี้สินระดับโลกนี้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุต่อไปนี้ คือ (1) เพราะสถาบันเงินทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาลปล่อยเงินกู้ออกไปมากเกินไป (2)เพราะภาวะหนี้สินพอกพูนเป็นหางหมูในหมู่ประเทศโลกที่สามและรัฐที่ปกครองตามระบอบคอมมิวนิสต์หลายประเทศ และ(3)เพราะประเทศที่เป็นลูกหนี้หลายประเทศไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนให้แก่องค์การให้บริการเงินกู้เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอได้ เมื่อลูกหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สินเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นๆในช่วงปลายทศวรรษปี 1980 ก็ได้ก่อให้เกิดสภาวะวิกฤติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงินของโลก ในปี ค.ศ. 1988 ขนาดของหนี้พอกพูนโตขึ้นๆมากจากผลของการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ ซึ่งทำให้มียอดเงินกู้จำนวนทั้งสิ้นถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ วิกฤติการณ์หนี้สินส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากผลของวิกฤติการณ์น้ำมันโลก จากภาวะเงินเฟ้อในประเทศกลุ่มโลกที่สามหลายประเทศ และจากความต้องการของประเทศเหล่านี้ที่อยากจะได้ทุนไปพัฒนาและสร้างความทันสมัยให้แก่เศรษฐกิจของตน ประเทศลูกหนี้ที่สำคัญ ได้แก่ อาร์เจนตินา โบลิเวีย บราซิล ชิลี โคลัมเบีย เอกวาดอร์ ไอเวอร์รีโคสต์ เม็กซิโก โมร็อกโก ไนจีเรีย เปรู และฟิลิปปินส์ ในจำนวนนี้บราซิลและเม็กซิโกเป็นหนี้จำนวนมากที่สุด


ความสำคัญ การมีหนี้สินมากมายอยู่ทั่วโลกนี้ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ร้ายแรงขึ้นทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ อันมีผลกระทบตั้งต่อเจ้าหนี้เองและต่อลูกหนี้เสมอหน้ากัน การไม่ยอมชำระหนี้และการขมขู่ว่าจะไม่ชำระหนี้นี้ปกติจะส่งผลให้มีการปรับแต่งตารางการชำระหนี้ของชาติที่ไม่ยอมชำระหนี้นั้น ตลอดจนจะมีผลต่อการปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และเมื่อไม่นานมานนี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อธนาคารโลกที่ได้หาทางจะให้ประเทศลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ต่อไป มีหลักปฏิบัติอยู่ว่าเมื่อจะปล่อยเงินกู้ให้นั้น ประเทศที่จะรับเงินกู้จะต้องตกลงที่จะทำการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจภายในชาติของตน ซึ่งทั้งนี้ก็รวมทั้งจะต้องลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐบาลและนำมาตรการประหยัดมาใช้สำหรับประชาชนทั้งประเทศด้วย เงื่อนไขเช่นนี้เมื่อนำไปใช้กับประเทศที่มีประชากรล้นประเทศและมีภาวะยากจนกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ก็จะทำให้เกิดการประท้วง เกิดการจลาจล และเกิดการกบฏ ในช่วงทศวรรษปี 1980 นอกจากจะมีเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) แล้วก็ยังมีเงินกู้ที่ปล่อยจากธนาคารโลก(ไอบีอาร์ดี) ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อขยายเศรษฐกิจของประเทศลูกหนี้ ให้สามารถชำระหนี้ที่มีเป็นจำนวนมหาศาลในอนาคตได้ ประเทศเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติการณ์หนี้สินโลกครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และแคนาดา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า กลุ่มจี-6 ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาแนวทางและนโยบายใหม่ที่จะมิให้เกิดการ ”ชักดาบ” ไม่ยอมชำระหนี้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปก็จะเกิดผลร้ายแรงตามมา คือ จะทำให้เกิดสภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็จะส่งผลต่อไปให้ประเทศลูกหนี้หยุดการชำระหนี้โดยสิ้นเชิง และก็จะทำให้ธนาคารของชาติตะวันตกเกิดการล้มละลาย กับทั้งจะเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกตามมาในที่สุด

===============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Development : Underdevelopment

การพัฒนา : การด้อยพัฒนา

สภาวะที่แสดงออกถึงความล้าหลังทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เมื่อวัดโดยใช้มาตรฐานของสังคมที่พัฒนาแล้ว ลักษณะพิเศษของการด้อยพัฒนามีดังนี้ คือ (1) รายได้และผลิตภาพทั้งในระดับชาติและระดับรายหัวต่ำ (2) การไม่รู้หนังสือของประชากรมีอัตราสูง (3) มีอัตราการเกิดสูงและอัตราการตายต่ำทำให้เกิดสภาวะ ”ประชากรล้น” ประเทศ (4) มีการพึ่งพาเกษตรกรรมในระดับพอเพียงแต่เพียงอย่างเดียว (5) มีการใช้แรงงานเด็กมากและเด็กก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและโอกาสทางการศึกษาน้อย (6) สถาบันทางการเมืองมีการรวมอำนาจ (7) มีโครงสร้างของชนชั้นแบบกระชับ คือ มีการเคลื่อนย้ายทางสังคมน้อย และ (8) มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านการคมนาคมและการขนส่งอยู่ในระดับยังล้าหลัง


ความสำคัญ การด้อยพัฒนาซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เคยได้รับการยอมรับในหมู่ประชาชนหลายล้านคนมานานหลายศตวรรษมาแล้วนี้ ได้ถูกโจมตีจากสังคมดังกล่าวในปัจจุบัน กระบวนการสร้างความทันสมัยเพื่อจะเอาชนะการด้อยพัฒนานั้นจะใช้วิธีเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเอาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปแบบการพึ่งพาตนเองได้มาใช้แทนภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ เมื่อรัฐส่วนใหญ่ประสบความล้มเหลวไม่สามารถดำเนินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ก็จะเกิดสภาวะ ”ช่องว่างของการเก็บกด” ที่มีอันตรายในสังคม กล่าวคือ คนในสังคมจะไม่ยอมรับว่าความยากจนเป็นเรื่องธรรมดาที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ทว่าการขาดแคลนเงินออมและเงินลงทุน การปฏิเสธที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการที่มีประชากรเพิ่มทวีเป็นจำนวนมาก เหล่านี้ล้วนเป็นตัวขวางกั้นมิให้ชาติเหล่านี้ก้าวหน้าต่อไปได้ การให้ความช่วยเหลือเพื่อจะให้สามารถเอาชนะการด้อยพัฒนาที่รัฐพัฒนาแล้วทั้งฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออกตลอดจนที่องค์การระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกหยิบยื่นให้นั้นมีความคืบหน้าไปน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวัดกันในระดับรายหัวของประชากรด้วยแล้ว

=============================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Bank for Reconstruction and Development(IBRD)

องค์การเพื่อการพัฒนา : ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนา(ไอบีอาร์ดี)

ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติที่ก่อตั้งโดยข้อตกลงเบรตตันวูดส์ปี ค.ศ. 1944 เพื่อช่วยเหลือชาติต่างๆให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่สอง และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในหมู่ประเทศด้อยพัฒนา ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธนาคารโลก มีสมาชิกเมื่อปี ค.ศ. 1987 จำนวน 151 ชาติ มีผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ ประธานธนาคาร กับมีคณะกรรมการผู้ว่าการคณะหนึ่งที่จะมาประชุมกันทุกปีเพื่อกำหนดนโยบายขั้นพื้นฐาน ส่วนการตัดสินใจให้เงินกู้นั้นจะกระทำโดยคณะกรรมการฝ่ายบริหารที่จะมาประชุมกันทุกเดือนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของธนาคารโลก โดยการตกลงใจนั้นจะใช้ระบบลงคะแนนเสียงในแบบชั่งน้ำหนัก กล่าวคือ ตามจำนวนหุ้นเงินทุนที่กรรมการแต่ละชาติมีอยู่นั้น เมื่อปี ค.ศ. 1980 เงินทุนของธนาคารโลกมีจำนวนกว่า 3 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่สหรัฐอเมริกาถือหุ้นอยู่กว่าหนึ่งในห้า สต๊อกของหุ้นที่มีอยู่ในธนาคารโลกแยกออกได้เป็น 2 ส่วน คือ (1) เงินประกันเงินกู้ที่ธนาคารสามารถกู้ได้จากแหล่งเงินกู้ภาคเอกชนในตลาดเงินทุนของโลก(90 เปอร์เซ็นต์) และ (2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลของรัฐสมาชิกจ่ายแก่กองทุนเงินกู้(10 เปอร์เซ็นต์) เมื่อได้ก่อตั้งบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ(ไอเอฟซี) เมื่อปี ค.ศ. 1956 เพื่อให้มาทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านการลงทุนของภาคเอกชน และก่อตั้งสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ(ไอดีเอ) เป็นองค์การขึ้นตรงต่อธนาคารโลกเมื่อปี ค.ศ. 1960 เพื่อให้ปล่อยเงินกู้ระยะยาวและปลอดภาษี ขึ้นมาแล้วนั้น องค์การปล่อยเงินกู้สาธารณะทั้งสามแห่งนี้ก็ได้ทำงานร่วมกันเป็น กลุ่มธนาคารโลก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะปล่อยเงินกู้ให้แก่รัฐบาลของรัฐที่เป็นสมาชิกเท่านั้น ภาคเอกชนอาจกู้ได้แต่ต้องให้รัฐสมาชิกค้ำประกัน เงินกู้สำหรับใช้ในโครงการพัฒนาที่สำคัญส่วนใหญ่จะใช้วิธีกู้ที่เรียกว่า คอนโซเตียม ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ให้องค์การปล่อยเงินกู้ต่างๆทั้งในระดับนานาชาติและในระดับชาติร่วมมือกับธนาคารเอกชนให้การสนับสนุนการเงินแก่โครงการต่างๆ

ความสำคัญ บทบาทในระยะเริ่มแรกของธนาคารโลกในการให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูดินแดนต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากสงครามนั้นได้เปลี่ยนไปเมื่อปี ค.ศ. 1949 โดยให้ไปมีบทบาทใหม่เป็นการปล่อยเงินกู้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1980 ธนาคารโลกได้ปล่อยเงินกู้จำนวน 1, 700 รายการ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นเกือบหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ประเทศหรือดินแดนต่างๆ(ที่ยังไม่เป็นประเทศ) เกือบ 100 แห่ง ระหว่างปี ค.ศ. 1981-1985 ธนาคารโลกได้ปล่อยเงินกู้มีมูลค่ารวมถึง 53.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลักษณะเงินกู้มีความหลากหลายโดยมีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับดอกเบี้ยในตลาดเงินทุนของภาคเอกชน ส่วนระยะเวลาในการจ่ายคืนเงินกู้มีกำหนดตั้งแต่ 10 ปีไปจนถึง 35 ปี เงินที่กู้ไปได้ถูกนำไปใช้ในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการชลประทาน โครงการเหมืองแร่ โครงการทางการเกษตร โครงการขนส่งและการคมนาคม และโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมทั่วไป นอกจากนี้แล้ว ธนาคารโลกก็ยังได้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค เพื่อเป็นการเตรียมการเบื้องต้นเอาไว้ก่อนจะได้นำเงินกู้ไปใช้ในทางที่จะเป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้กู้ได้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิผลเมื่อได้รับเงินกู้มาแล้ว ถึงแม้ว่าธนาคารโลกจะเพิ่มทวีปฏิบัติการปล่อยเงินกู้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถสนองความต้องการทางด้านเงินทุนของประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆได้ทัน อุปสรรคสำคัญ ก็คือ เมื่อรัฐต่างๆกู้เงินไปแล้วไม่สามารถจ่ายเงินคืนในรูปของเงินตราสกุลแข็งได้ เนื่องจากประเทศที่กำลังพัฒนาเหล่านี้มีพันธะทางหนี้หนักมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี เงินกู้ใหม่ที่ปล่อยออกไปเป็นเงินกู้ของธนาคารโลกและของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยเป็นการปล่อยเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติการณ์หนี้สินในกลุ่มประเทศโลกที่สาม แต่ทว่าก่อนจะปล่อยเงินกู้ใหม่ให้นั้นจะมีเงื่อนไขต่างๆ เป็นต้นว่า ประเทศผู้กู้จะต้องเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐโดยทำการปฏิรูปให้เป็นเศรษฐกิจแบบการตลาด และจะต้องดำเนินโครงการประหยัดอย่างเคร่งครัดอีกด้วย

==============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Development Association (IDA)

องค์การการพัฒนา : สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ(ไอดีเอ)

องค์การที่ขึ้นอยู่กับธนาคารโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1960 เพื่อให้เป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ทำหน้าที่ปล่อย”เงินกู้เงื่อนไขยืดหยุ่น”แก่มวลสมาชิก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1987 สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศมีสมาชิกจำนวน 151 ชาติ และมีเงินทุนบริจาคที่เก็บได้จากสมาชิกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศจะเป็นสถาบันแยกเป็นเอกเทศหนึ่งต่างหาก แต่การบริหารและเจ้าหน้าที่ของสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศก็เป็นกลุ่มเดียวกับของธนาคารโลก(ไอบีอาร์ดี) นั่นเอง ทุนดำเนินการของสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศได้มาจากเงินบริจาคของรัฐที่มีเงินทุนมากๆและจากเงินกู้ที่ปล่อยให้สมาคมฯโดยธนาคารโลก ลักษณะเงินกู้ของสมาคมฯจะเป็นประเภท ”เงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่น” กล่าวคือ (1) เป็นเงินกู้มูลค่าต่ำ(ไม่มีดอกเบี้ยเพียงแต่คิดค่าบริการรายปีเพียงเล็กน้อย) (2) มีระยะเวลาชำระหนี้ยาวนาน(50 ปี) และ (3) อัตราการชำระหนี้คืนก็ค่อยเป็นค่อยไป(10 ปีแรกยังไม่ต้องชำระหนี้ ช่วงสิบปีต่อมาจ่ายปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และช่วง 30 ปีต่อมาจ่ายปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้)

ความสำคัญ สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นมาจากผลของการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธนาคารโลกมีนโยบายปล่อยเงินกู้ในแบบอนุรักษ์นิยม(เหมือนสถาบันการเงินของภาคเอกชนทั่วไป) และจากผลของความวิตกกังวลของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อนโยบายเชิงรุกในการให้ความช่วยเหลือทางด้านการค้าของสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษปี 1950 แนวความคิดต้องการให้มีองค์การที่ขึ้นตรงต่อธนาคารโลกทำการปล่อยเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่นนี้ขึ้นมา ได้มีการถกแถลงกันเป็นครั้งแรกในรัฐสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการเน้นย้ำว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งองค์การเช่นนี้ขึ้นมาให้ได้ เมื่อถึงปี ค.ศ. 1980 สมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศได้ขยายเครดิตเงินกู้มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ประเทศและดินแดนต่างๆกว่า 50 แห่ง การให้การสนับสนุนแก่สมาคมฯ ส่วนใหญ่จะได้จากประเทศลูกหนี้ เพราะประเทศลูกหนี้เหล่านี้ถือว่าสมาคมฯเป็นสถาบันปล่อยเงินกู้ที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองรองลงมาจากเงินทุนแบบให้เปล่าของสหประชาชาติ ประเทศลูกหนี้เหล่านี้จะสามารถจ่ายเงินกู้คืนให้แก่สมาคมฯ หลังจากระยะปลอดดอกเบี้ยสิบปีแรกผ่านไปได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศเหล่านี้(1)มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงใด และ(2) มีความสามารถในการแสวงหาเงินตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศได้มากน้อยขนาดไหน 



 =============================================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : International Finance Corporation (IFC)

องค์การเพื่อการพัฒนา: บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอฟซี)

ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1956 บรรษัทการเงินระหว่างประเทศเข้ามาช่วยเสริมบทบาทของธนาคารโลก (ไอบีอาร์ดี) ในการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการปล่อยเงินกู้และการลงทุนโดยตรงให้กับบริษัทเอกชนในประเทศกำลังพัฒนา บรรษัทการเงินระหว่างประเทศมีสมาชิกจำนวน 151 ชาติ(เมื่อปี ค.ศ.1987) และชาติสมาชิกเหล่านี้ได้บริจาคเงินเข้าสต๊อกเงินทุนของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ในสัดส่วนเดียวกับที่ตกลงในธนาคารโลก สำหรับเงินทุนดำเนินการของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดเงินทุนของโลกและได้จากเงินกู้ที่ธนาคารโลกปล่อยให้แก่บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ

ความสำคัญ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศได้ปล่อยเงินกู้มีมูลค่าทั้งสิ้นนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ประเทศกำลังพัฒนา แต่เนื่องจากมีปัญหาทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นมามากจึงทำให้บรรษัทฯไม่สามารถหาเงินทุนมาให้กู้ได้ทันกับความต้องการนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นต้นมา มีผู้วิพากษ์วิจารณ์โจมตีว่าบรรษัทฯไม่ได้รับการยอมรับทั้งจากชาติที่ให้ความช่วยเหลือและจากชาติที่มาขอรับความช่วยเหลือ ทั้งนี้จะเห็นได้จากบรรษัทฯมีกิจกรรมไม่มากทั้งทางด้านการจัดหาเงินทุนและการให้กู้ยืม ส่วนวัตถุประสงค์ของบรรษัทฯเพื่อส่งเสริมภาคเอกชนให้เข้ามาดำเนินการทางเศรษฐกิจในรัฐที่กำลังพัฒนานั้นก็ไม่บรรลุตามเป้าเนื่องจากประสบกับอุปสรรคในการรวมตัวระหว่างภาครัฐบาลกับภาคเอกชน

==========================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Agency : Multinational Corporations

องค์การเพื่อการพัฒนา : บรรษัทหลายชนชาติ

องค์การทางธุรกิจที่มีฐานแม่ข่ายอยู่ที่ประเทศหนึ่งแต่ดำเนินกิจการผ่านทางลูกข่ายที่ไปอยู่อีกประเทศหนึ่ง บรรษัทหลายชนชาติซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บรรษัทข้ามชาติ นี้จะขยายกิจการไปเรื่อย โดยชิงความได้เปรียบจาก”การประหยัดจากขนาดการผลิต”(กล่าวคือ ลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้จากผลของการเจริญเติบโตและการเพิ่มระดับของการผลิต) ในบางครั้งบริษัทหลายชนชาติจะได้เปรียบในแง่ที่ว่าในตลาดจะมีผู้ขายน้อยรายหรือเป็นตลาดแบบกึ่งผูกขาด

ความสำคัญ บรรษัทหลายชนชาติได้ไปเปิดกิจการอยู่ในประเทศต่างๆในกลุ่มโลกที่สาม ภายใต้สภาวะที่เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายตน คือ เป็นที่ซึ่งความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมมีมากกว่าความต้องการโภคภัณฑ์ขั้นปฐม และเป็นที่ซึ่งธุรกิจขนาดยักษ์หลายแห่งสามารถกำหนดราคาสินค้าและควบคุมตลาดได้ ประเทศในกลุ่มโลกที่สามได้พยายามจะเข้าควบคุมบทบาทที่เพิ่มขึ้นมามากของบรรษัทหลายชนชาติเหล่านี้ จึงได้ช่วยกันผลักดันในสหประชาชาตินับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 เพื่อให้มี “จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับบรรษัทข้ามชาติ” ความต้องการให้มีจรรยาบรรณนี้มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี ค.ศ. 1984 อันเป็นปีที่คนเกือบ 2,000 คนได้เสียชีวิตที่เมืองโภปาลประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผลมาจากแก๊สเกิดการรั่วไหลในโรงงานของบริษัทข้ามชาติของสหรัฐอเมริกาชื่อ ยูเนียน คาร์ไบน์ สาระสำคัญของจรรยาบรรณฉบับนี้กล่าวถึงเรื่องต่อไปนี้ คือ (1) พฤติกรรมทั่วไปของบรรษัทหลายชนชาติ (2) ความปลอดภัยของคนงาน (3) กรรมสิทธิ์และการควบคุม (4) การเก็บภาษี (5) การตั้งราคาโอน และ (6) ผลกระทบจากการปฏิบัติการของบรรษัทหลายชนชาติต่อดุลการชำระเงินของประเทศเจ้าบ้าน ถึงแม้ว่าชาติตะวันตกจะมีส่วนร่วมในการยกร่างจรรยาบรรณดังกล่าวแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดที่ให้มีการจำกัดกิจกรรมของบรรษัทหลายชนชาติในเศรษฐกิจของโลก บรรษัทหลายชนชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เพราะเข้าไปแทรกแซงในกิจกรรมทางการเมืองของประเทศในกลุ่มโลกที่สาม แต่ที่ร้ายแรงที่สุด ก็คือ บรรษัทหลายชนชาติบางแห่งได้ตกเป็นเครื่องมือในการทำการล้มล้างระบอบการปกครองที่ตนไม่ชอบหรือระบอบการปกครองของฝ่ายซ้าย หรือไม่เช่นนั้นก็ได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลที่เป็นมิตรกับตนอย่างเต็มที่

Development Agency : Regional Banks

องค์การเพื่อการพัฒนา : ธนาคารในระดับภูมิภาค

สถาบันให้กู้ยืมเงินที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยภาครัฐบาลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและในระดับอนุภูมิภาค ธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคมีการก่อตั้งขึ้นมาในยุโรป ละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ธนาคารเช่นนี้ในยุโรป คือ ธนาคารลงทุนยุโรป ซึ่งเริ่มปฏิบัติงานเมื่อปี ค.ศ.1958 เป็นสถาบันของรัฐต่างๆที่พัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจยุโรป(อีอีซี) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลักเซมเบิร์กประเทศราชรัฐลักเซมเบิร์ก มีทุนแรกเริ่ม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทวีปอเมริกามีธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐในทวีปอเมริกา ซึ่งได้เปิดดำเนินการเมื่อปี ค.ศ. 1960 มีสมาชิกประกอบด้วยสาธารณรัฐต่างๆรวม 21 สาธารณรัฐ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ธนาคารมีเงินทุน 3.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทวีปแอฟริกามีธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1965 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงอาบิดจานประเทศไอเวอรีโคสต์ มีสมาชิกประกอบด้วยประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา และมีเงินทุน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพื่อจะหาเงินทุนมาเสริมเงินทุนที่ได้จากเหล่าสมาชิกในทวีปแอฟริกาที่มีจำนวนไม่มากนั้น ก็จึงได้ดำเนินการการจัดตั้ง กองทุนเพื่อการพัฒนาแอฟริกา เมื่อปี ค.ศ. 1972 เพื่อส่งเสริมให้มีการบริจาคทุนจากประเทศที่มีเงินทุนเหลือเฟือภายนอกภูมิภาค ในทางทวีปเอเชียก็มี ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1967 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีทุนเริ่มแรก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สมาชิกของธนาคารระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแห่งนี้ นอกจากจะมีชาติในภูมิภาคนี้โดยตรงแล้วก็ยังมีชาตินอกภูมิภาคด้วย กล่าวคือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์

ความสำคัญ การก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเกิดขึ้นเพราะผลของการขยายตัวของปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการระดมทรัพยากรทุนที่ขาดแคลนเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหานี้ โครงการความช่วยเหลือต่างๆทั้งแบบทวิภาคีและแบบพหุภาคีมักมุ่งให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและให้ความช่วยเหลือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะให้ความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมมีส่วนน้อย หน้าที่หลักของธนาคารในภูมิภาคเหล่านี้ ก็คือ เข้าไปเติมเต็มความต้องการส่วนที่ขาดหายไปนี้ สมาชิกของธนาคารในระดับภูมิภาคต่างๆจะไม่มีลักษณะเป็นแบบเดียวกัน คือ ธนาคารเพื่อการพัฒนายุโรปมีสมาชิกประกอบด้วยรัฐที่มีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทั้งหมด ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกาก่อตั้งขึ้นมาโดยประเทศด้อยพัฒนาในทวีปแอฟริกาทั้งหมด ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐอเมริกา มีสมาชิกที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมในระดับสูงมากเพียงชาติเดียว(คือ สหรัฐอเมริกา) ส่วนธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย มีสมาชิกแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทหนึ่ง ได้แก่ ชาติที่พัฒนาแล้ว ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ ชาติที่ด้อยพัฒนา เงินทุนที่นำมาสนับสนุนธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคได้มาจากทั้งภาครัฐบาลและจากการขายพันธบัตรภาครัฐบาล ธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวในระดับทั่วโลกที่จะแก้ปัญหานี้ โดยวิธีก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศเฉพาะกิจต่างๆ ประสิทธิผลของธนาคารเหล่านี้ที่จะช่วยให้เกิดความทันสมัยและการสร้างชาติในประเทศด้อยพัฒนายังคงได้รับการทดสอบในช่วงทศวรรษปี 1990

Development Agency : United Nations Conference on Trade and Development (UNCTAD)

องค์การเพื่อการพัฒนา : การประชุมการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(อังค์ถัด)

องค์กรหนึ่งของสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนานโยบายการค้าโลก อังค์ถัดเริ่มก่อกำเนิดเมื่อคราวมีการประชุมการค้าพิเศษที่รัฐต่างๆจำนวน 122 รัฐเข้าร่วมประชุมที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1964 และสมัชชาใหญ่ได้กำหนดให้อังค์ถัดมีสถานภาพถาวรในปีเดียวกันนี้เอง รัฐด้อยพัฒนาทั้งหลายได้ช่วยกันผลักดันให้มีการก่อตั้งอังค์ถัดขึ้นมาก็เพื่อให้เป็นที่ประชุมที่พวกตนสามารถใช้กดดันรัฐที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมให้ลดอุปสรรคทางการค้าต่างๆให้พวกตนสามารถขายสินค้าประเภทโภคภัณฑ์ขั้นปฐมของพวกตนได้ วัตถุประสงค์หลักของประเทศด้อยพัฒนาที่กระทำเช่นนี้ก็เพื่อจะเพิ่มพูนรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาต่างๆ ปัจจุบันอังค์ถัดมีสมาชิกเกือบ 160 ชาติ มีการประชุมเต็มคณะในทุก 3-4 ปีเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานนโยบายการค้าและการพัฒนาระหว่างกัน ในการจัดองค์กรภายในมีคณะกรรมการการค้าและการพัฒนาทำหน้าที่ริเริ่มข้อเสนอนโยบายในระหว่างสมัยการประชุมของอังค์ถัด และมีสำนักเลขาธิการตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ความสำคัญ ที่สามารถจัดตั้งการประชุมการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้สำเร็จครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นชัยชนะทางด้านการเมืองแต่ยังไม่ใช่เป็นชัยชนะทางด้านเศรษฐกิจสำหรับรัฐด้อยพัฒนาทั้งหลาย ในความพยายามที่จะแสวงหาเงินทุนโดยการเพิ่มพูนการค้านี้ ข้างฝ่ายรัฐที่เจริญทางอุตสาหกรรมก็ได้ต่อต้านการจัดตั้งอังค์ถัดนี้โดยบอกว่าบทบาทของอังค์ถัดจะไปเหมือนกับบทบาทของแกตต์ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาที่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม “แกนนำจี –77” เมื่อปี 1964 แต่กลุ่มประเทศด้อยพัฒนาจะมีชัยชนะทางด้านเศรษฐกิจได้ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐที่พัฒนาแล้วจะตกลงตามวัตถุประสงค์ของอังค์ถัดที่ให้มีการสร้างเสถียรภาพในราคาสินค้าประเภทโภคภัณฑ์และขยายหลักปฏิบัติว่าด้วยชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่งให้แก่รัฐพัฒนาโดยไม่ขอสิ่งใดเป็นการตอบแทนได้หรือไม่ เมื่อเร็วๆนี้ประเทศในกลุ่มโลกที่สามได้ดำเนินการรณรงค์อย่างแข็งขันในที่ประชุมของอังค์ถัดเพื่อให้มีการก่อตั้ง ระเบียบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่(เอ็นไออีโอ) ให้มาทำหน้าที่จัดสรรความมั่งคั่งของโลกเสียใหม่

Development Agency : United Nations Industrial Development Organization(UNIDO)

องค์การเพื่อการพัฒนา:องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูนิโด)

องค์การที่จัดตั้งโดยสมัชชาใหญ่ ”เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม และเร่งรัดการอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายโดยให้เน้นย้ำเป็นการเฉพาะในภาคการผลิต” ยูนิโดเริ่มปฏิบัติงานเป็นองค์การ ”อิสระ” ในสหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ. 1967 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบ คือ ช่วยกระตุ้น ช่วยประสานความร่วมมือ และช่วยเร่งเร้าความพยายามของสหประชาชาติในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม (ในองค์กรภายในของยูนิโด)มีคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากสมัชชาใหญ่ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักของยูนิโด และทำหน้าที่พัฒนาหลักการและนโยบายเครื่องชี้นำโครงการต่างๆ นอกจากนี้แล้วคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมก็ยังมีหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมต่างๆ ดำเนินการจัดตั้งองค์กรย่อยๆขึ้นมาเมื่อมีความจำเป็น และมีหน้าที่ทำรายงานประจำปีเสนอต่อสมัชชาใหญ่ สำนักเลขาธิการของยูนิโดตั้งอยู่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ความสำคัญ การจัดตั้งองค์การการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติขึ้นมานี้ เป็นผลพวงมาจากการเน้นย้ำของรัฐกำลังพัฒนาว่าจะต้องทำการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมให้ได้ และก็เป็นผลมาจากการที่รัฐด้อยพัฒนาสามารถคุมเสียงส่วนใหญ่ในสมัชชาใหญ่ได้อีกด้วย ที่รัฐด้อยพัฒนาเน้นย้ำว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นแนวทางดีที่สุดที่จะนำพาไปสู่ความทันสมัยได้นั้นไม่เป็นที่ยอมรับของรัฐที่พัฒนาแล้ว เพราะรัฐที่พัฒนาแล้วเห็นว่าจะทำให้ฝ่ายพวกตนต้องแข่งขันสินค้าต้นทุนต่ำกับประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งจะทำให้ตนต้องสูญเสียตลาดและสูญเสียโอกาสในการลงทุนไป นอกจากนั้นแล้วรัฐต่างๆในทวีปแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา ก็ยังมีที่นั่งส่วนใหญ่อยู่ในคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งก็ได้ใช้ข้อได้เปรียบนี้ทำการกดดันสมาชิกของรัฐที่เจริญแล้วให้มาช่วยเหลือฝ่ายตนบรรลุถึงการพัฒนาทางอุตสาหกรรมได้ ยูนิโดได้จัดให้มีการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมและได้ดำเนินโครงการให้บริการทางด้านอุตสาหกรรมพิเศษ(เอสไอเอส) เพื่อให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคอุตสาหกรรมภาคปฏิบัติแก่มวลสมาชิกที่ร้องขอความช่วยเหลือมา ตัวอย่างของโครงการที่ยูนิโดให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ โรงงานม้วนเล็กกล้าที่ประเทศจอร์แดน โรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ประเทศซูดาน และโรงงานผลิตวัตถุดิบจากชานอ้อยที่ประเทศตรินิแดด เป็นต้น

Development Agency : United Nations Institute for Training and Research(UNITAR)

องค์การเพื่อการพัฒนา : สถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ(ยูนิทาร์)

องค์การอิสระที่จัดตั้งโดยสมัชชาใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1963 เพื่อทำการฝึกอบรมบุคลากรที่จะไปทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรในโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค โครงการต่างๆของยูนิทาร์ ได้แก่ (1) โครงการจัดหาทุนแก่บุคลากรจากประเทศกำลังพัฒนาได้เพิ่มพูนทักษะเพื่อนำไปใช้ทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ (2) โครงการจัดหาผู้เชี่ยวชาญส่งไปสอนหลักสูตรพิเศษต่างๆตามวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในรัฐที่กำลังพัฒนาเหล่านี้ และ (3) โครงการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นต้น องค์กรบริหารภายในของสถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ ประกอบด้วย คณะกรรมการทรัสตีทำหน้าที่ในฐานะส่วนตัวยิ่งกว่าจะทำในฐานะตัวแทนของรัฐ คณะกรรมการทรัสตีได้รับการแต่งตั้งจากเลขาธิการสหประชาชาติ โดยปรึกษาหารือกับประธานสมัชชาใหญ่ และประธานคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม

ความสำคัญ สถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ ได้พยายามทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างสหประชาชาติกับประชาคมนักวิชาการระหว่างประเทศ โครงการที่โดดเด่นมากของยูนิทาร์ ได้แก่ โครงการฝึกอบรมเยาวชนจากเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เพื่อเตรียมตัวไปประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้ที่อาสาสมัครเข้าร่วมโครงการของยูนิทาร์ประกอบด้วยนักปราชญ์ และรัฐบุรุษที่โด่งดังไปทำหน้าที่เป็นครูอาจารย์ ซึ่งท่านเหล่านี้ได้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาโครงการทางวิชาการที่มีความหลากหลาย ส่วนในด้านการวิจัยนั้นก็ได้มี(1) โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถและวิธีปฏิบัติของสหประชาชาติ (2) โครงการพัฒนาและการสร้างความทันสมัย และ(3) โครงการคมนาคมและสารสนเทศ

Development Strategy : Colombo Plan

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : แผนโคลัมโบ

โครงการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหากลไกการปรึกษาหารือในแบบพหุภาคีและทวิภาคีในหมู่สมาชิก แผนโคลัมโบก่อตั้งขึ้นมาในที่ประชุมของหมู่รัฐเครือจักรภพอังกฤษที่กรุงโคลัมโบ ประเทศซีลอน(ศรีลังกาในปัจจุบัน) เมื่อปี ค.ศ. 1950 แผนโคลัมโบได้จัดทำแผนเริ่มแรกเป็นแผนระยะเวลา 5 ปี ใช้เงินทุน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทุนจำนวนนี้ได้มาจากรัฐที่พัฒนาแล้วและรัฐที่กำลังพัฒนาในจำนวนที่เท่ากัน มีรัฐต่างๆเข้าร่วมในโครงการกว่า 25 รัฐ เช่น ประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ(ออสเตรเลีย, อังกฤษ, แคนาดา, ซีลอน,อินเดีย, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ปากีสถาน และสิงคโปร์) ประเทศและดินแดนในอารักขาในเอเชียอื่นๆ(ภูฏาน, เกาะบอร์เนียวของอังกฤษ,พม่า,กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ลาว,เนปาล,ฟิลิปปินส์, เวียดนามใต้ และไทย) และสหรัฐอเมริกา ในการบริหารแผนโคลัมโบนั้นมีคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของรัฐที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จะประชุมกันทุกปีเพื่อพิจารณาทบทวนโครงการเก่า วางแผนโครงการใหม่ และถกแถลงปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีคณะมนตรีเพื่อความร่วมมือทางเทคนิค ทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการ ณ สำนักงานใหญ่ของแผนโคลัมโบที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคระหว่างหมู่ชาติสมาชิก

ความสำคัญ ถึงแม้ว่าแผนโคลัมโบจะเริ่มต้นขึ้นมาด้วยการเป็นแค่โครงการของกลุ่มประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ แต่ก็ได้รวมเอาประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ และมีประเทศต่างๆที่มิได้มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ส่วนใหญ่ในเอเชียเป็นประเทศรับความช่วยเหลือ แต่ด้วยเหตุที่การบริหารโครงการให้ความช่วยเหลือทุกโครงการมีลักษณะเป็นแบบทวิภาคี เพราะฉะนั้นรัฐผู้บริจาคแต่ละรัฐจึงได้เข้าไปควบคุมขนาดและลักษณะของเงินบริจาคของตนอย่างเต็มที่ แต่กระนั้นก็ดีก็ยังมีคณะกรรมการที่ปรึกษาทำหน้าที่เป็นที่ประชุมซึ่งประเทศกำลังพัฒนาสามารถเสนอความต้องการโครงการที่ใหญ่ขึ้นหรือที่มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา แผนโคลัมโบได้ให้ความช่วยเหลือทั้งในรูปของเงินกู้และเงินให้เปล่ามูลค่ากว่า 2 หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ชาติต่างๆในเอเชีย เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนา และมีบุคลากรหลายพันคนได้รับการฝึกอบรมทางด้านเทคนิค

Development Strategy : Dependency Theory

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : ทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิง

คำอธิบายในเชิงเศรษฐกิจและในเชิงการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการในทางประวัติศาสตร์และในปัจจุบันที่บ่งบอกถึงการเกิดการด้อยพัฒนาและการขัดแย้งทางการเมืองในกลุ่มประเทศโลกที่สาม ทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงนี้ให้ความสนใจในสัมพันธภาพด้านจักรวรรดินิยม/ลัทธิล่าอาณานิคม ระหว่างประเทศอุตสาหกรรมของยุโรปตะวันตก ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา กับพื้นที่ต่างๆในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกาที่ตกอยู่ในความครอบงำของประเทศอุตสาหกรรมเหล่านั้น ทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงนี้เกิดจากแนวความคิดของนักปราชญ์ชาวละตินอเมริกาหลายคน เช่น เฟอร์นานโด เฮนริก คาร์โดโซ, ธีโอโตนีโอ ดอส ซานโตส, และ รุย เอ็ม. มารินี ซึ่งท่านทั้งหลายเหล่านี้ได้พยายามอธิบายถึงสัมพันธภาพการพึ่งพิงในปัจจุบันระหว่างรัฐในละตินอเมริกากับรัฐทุนนิยมที่พัฒนาอุตสาหกรรมแล้วในตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้แล้วก็ยังมีปราชญ์คนอื่นๆ เช่น ซามีร์ อามิน, คลิฟ โธมัส, และวอลเตอร์ ร้อดนี ได้นำทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงนี้ไปใช้อธิบายพื้นที่อื่นๆของโลกด้วย นักปราชญ์เหล่านี้มีความเห็นว่า ระบบการค้าของโลกในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทางที่จะทำให้รัฐที่กำลังพัฒนาตกอยู่ในสภาวะถูกจองจำทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดสัมพันธภาพแบบจักวรรดินิยมแบบใหม่และการล่าอาณานิคมแบบใหม่ขึ้นมาระหว่างประเทศที่มีฐานะร่ำรวยกับประเทศที่มีฐานะยากจน

ความสำคัญ นักปราชญ์และบุคคลอื่นๆต่างใช้ทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงนี้อธิบายถึงภาวะชะงักงันในการพัฒนาเศรษฐกิจในหมู่ประเทศกลุ่มโลกที่สาม ในทัศนะของพวกนักทฤษฎีสภาวะการพึ่งพิงเห็นว่า ชีวิตทางเศรษฐกิจของประเทศด้อยพัฒนาถูกครอบงำโดยการเอารัดเอาเปรียบของรัฐนายทุนที่มีอำนาจจากภายนอกกลุ่มโลกที่สาม ทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงนี้จะถูกผิดอย่างไรไม่มีใครทราบได้ แต่ที่แน่ๆก็คือ เป็นทฤษฎีที่ได้รับการสนับสนุนจากนักปราชญ์และผู้นำประเทศในโลกที่สาม ซึ่งเห็นว่าเป็นเหตุผลสำคัญทำให้หลายรัฐในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกาไม่สามารถสร้างความคืบหน้าในการพัฒนาทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้แล้วพวกนักทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงก็ยังมีความเห็นด้วยว่า บรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างก็ได้เข้าควบคุมเศรษฐกิจของกลุ่มโลกที่สาม และได้ให้การสนับสนุนแก่บรรดาผู้นำทางการเมืองของประเทศเหล่านี้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมในหลายรัฐที่กำลังพัฒนาเพราะผลของการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ก็มีการจำกัดอยู่เฉพาะในตัวเมือง ส่วนพื้นที่ในชนบทของประเทศต่างๆเหล่านี้ยังตกอยู่ในสภาพยากจนค่นแค้นอยู่ต่อไป ผู้ให้การสนับสนุนทฤษฎีสภาวะต้องพึ่งพิงหลายคนมีความเห็นว่า สภาวะแห่งลัทธิจักรวรรดินิยมและแห่งลัทธิล่าอาณานิคมเหล่านี้จะต้องถูกทำลายไปเสีย แล้วนำเอาระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างใหม่มาใช้แทน ก็จะยุติสถานภาพการที่ต้องพึ่งพิงของรัฐต่างๆในกลุ่มโลกที่สามนี้ได้

==================================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Development Strategy : Foreign Aid

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : ความช่วยเหลือต่างประเทศ

ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการทหารที่รัฐบาลหนึ่งหรือองค์การระหว่างประเทศหนึ่งจัดหาให้แก่อีกประเทศหนึ่ง ความช่วยเหลือต่างประเทศจะเสนอให้ในแบบทวิภาคี โดยองค์การในระดับภูมิภาค หรือโดยองค์การในระดับโลกภายใต้ระบบสหประชาชาติ ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแยกประเภทได้ดังนี้ (1)การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค (2) การให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนแบบให้เปล่า (3) การให้เงินกู้เพื่อการพัฒนา (4) การส่งอาหารที่ล้นสต๊อกไปให้ (5) การให้ค้ำประกันสำหรับการลงทุนของภาคเอกชน และ(6) การให้เครดิตทางการค้า ส่วนการให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหาร จะเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้ (1) การส่งมอบครุภัณฑ์ทางทหาร (2) การส่งคณะที่ปรึกษาไปประจำอยู่ (3) การให้การสนับสนุนด้านกลาโหม(หมายถึง ให้เงินสนับสนุนโครงการพลเรือนเท่ากับจำนวนเงินที่ประเทศผู้รับความช่วยเหลือใช้จ่ายไปในด้านการป้องกันประเทศตน) และ(4) การให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายแก่กองกำลังทหารมิตรประเทศ สำหรับวัตถุประสงค์ของความช่วยเหลือต่างประเทศมีดังนี้ คือ (1) ให้การสนับสนุนพันธมิตร (2) ช่วยบูรณะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม (3) ให้การส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (4) ต้องการได้การสนับสนุนทางอุดมการณ์ (5) ต้องการได้วัสดุทางยุทธศาสตร์ และ (6) ต้องการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากการล้มละลายทางเศรษฐกิจหรือจากภัยธรรมชาติ โครงการให้ความช่วยเหลือในแบบทวิภาคีทั้งในด้านเศรษฐกิจและด้านการทหาร ดำเนินการโดยรัฐต่างๆต่อไปนี้ คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต จีนคอมมิวนิสต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย และอังกฤษ ส่วนโครงการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ได้แก่ โครงการที่ดำเนินการโดย พันธมิตรเพื่อความก้าวหน้า แผนโคลัมโบ กองทุนเพื่อพัฒนายุโรปของอีอีซี องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ธนาคารพัฒนาแอฟริกา ธนาคารพัฒนาเอเชีย และธนาคารพัฒนาระหว่างรัฐในทวีปอเมริกา สำหรับโครงการในระดับโลกภายใต้การอุปถัมภ์ของสหประชาชาติ ได้แก่ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ กลุ่มธนาคารโลก(ไอบีอาร์ดี ไอเอฟซี และไอดีเอ) ตลอดจนทบวงการชำนัญพิเศษอื่นๆ การประชุมการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(อังค์ถัด) และองค์กรอิสระพิเศษต่างๆ เช่น องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ และสถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ

ความสำคัญ โครงการความช่วยเหลือต่างประเทศที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสันในครั้งแรก คือ โครงการที่สหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือแก่พันธมิตรในระหว่างและหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นสี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐยังคงคาราคาซังกันอยู่ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองก็มีโครงการเลนด์-ลีสที่ดำเนินการโดยฝ่ายพันธมิตร เป็นการให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหารและด้านเศรษฐกิจแก่กันและกัน ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองก็ได้มีการพัฒนาโครงการความช่วยเหลือของสหรัฐฯหลายโครงการ เช่น แผนมาร์แชล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการบูรณะยุโรปตะวันตก หลักนิยมทรูแมน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการทหารและทางเศรษฐกิจแก่รัฐที่ถูกคอมมิวนิสต์คุกคาม และแผนความมั่นคงร่วมกันที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการป้องกันขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในยุโรปตะวันตก สำหรับความช่วยเหลือที่ให้แก่ประเทศด้อยพัฒนาต่างๆนั้น เริ่มต้นด้วยโครงการพ้อยท์โฟว์ อันเป็นการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในปี ค.ศ. 1949 และโครงการนี้ได้ขยายให้ครอบคลุมไปถึงการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าและแบบเป็นเงินกู้ กับการช่วยเหลือทางด้านการทหารระหว่างทศวรรษปี 1950 ถึงทศวรรษปี 1960 ส่วนโครงการให้ความช่วยเหลือของสหภาพโซเวียตสำหรับประเทศด้อยพัฒนานั้น ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางทศวรรษปี 1950 ในรูปแบบของการให้เครดิตเพื่อส่งเสริมการค้าแบบทวิภาคี ประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆในทางตะวันตกและทางตะวันออกตลอดจนญี่ปุ่น ก็ได้จัดตั้งโครงการความช่วยเหลือที่สำคัญแก่รัฐที่กำลังพัฒนาในทศวรรษปี 1960 ชาติต่างๆที่ให้ความช่วยเหลือจะดำเนินการผ่านทางช่องทางในแบบทวิภาคี ผ่านทางองค์การในระดับภูมิภาคและองค์การในระดับโลก แต่การตัดสินใจที่สำคัญๆเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและด้านการทหารส่วนใหญ่เป็นการกระทำโดยฝ่ายเดียวของรัฐผู้บริจาค ประเทศผู้บริจาคส่วนใหญ่จะนิยมให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพราะมีความเชื่อว่า ทุนที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมนั้นควรจะเอาจากแหล่งเงินทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ จากบริษัทข้ามชาติต่างๆ อย่างไรก็ดีประเทศผู้รับความช่วยเหลืออยากได้ความช่วยเหลือในรูปของเงินทุนที่อาจออกมาในรูปการให้เปล่าหรือให้กู้ในระยะยาวโดยเสียดอกเบี้ยต่ำก็ได้ เพราะว่าต้องการจะควบคุมโครงการพัฒนาและอนาคตทางเศรษฐกิจของชาติด้วยตนเอง เงินที่นำมาใช้สนับสนุนโครงการพัฒนาทุนเป็นการเฉพาะของชาติตะวันตกนี้ได้มาในรูปของเงินกู้ที่ออกให้กู้โดยกลุ่มธนาคารโลก หรือออกให้กู้โดยธนาคารพัฒนาแอฟริกา ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือธนาคารพัฒนาระหว่างรัฐในทวีปอเมริกา ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบทวิภาคีนั้นจะตกลงใจให้ความช่วยเหลือโดยยึดหลักองค์ประกอบทางการเมืองและความมั่นคงเป็นสำคัญยิ่งกว่าจะได้คำนึงถึงความจำเป็นของประเทศผู้รับความช่วยเหลือ ดังมีตัวอย่างในทศวรรษปี 1980 ความช่วยเหลือของสหรัฐฯส่วนใหญ่จัดให้แก่ประเทศต่างๆเพียงไม่กี่ประเทศ เช่น อิสราเอล และอียิปต์ เป็นต้น ส่วนที่เหลือจึงค่อยเฉลี่ยให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีจำนวนมากกว่าร้อยประเทศ 

===================================================




 ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Elephantstay,Thailand,

Elephantstay,Thailand,
Live,work and play with elephants