Google

Wednesday, September 23, 2009

Development Strategy : Group of Seventy-Seven (G-77)

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : กลุ่ม77(จี-77)

กลุ่มแกนนำของโลกที่สาม ที่ทำงานอย่างแข็งขันในประเด็นทางเศรษฐกิจในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติและในการประชุมนานาชาติ กลุ่ม 77 เริ่มทำงานในกระบวนการตัดสินใจในระดับโลกครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1964 ในที่ประชุมว่าด้วยการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (อังค์ถัด) โดยมีสมาชิกแรกเริ่มจำนวน 77 ชาติจากเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เมื่อถึงปลายทศวรรษปี 1980 กลุ่ม 77 มีสมาชิกเกือบ 130 ชาติทั้งนี้รวมทั้งผู้แทนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตองกา และองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์(พีแอลโอ) ทั้งที่ทั้ง 4 ชาตินี้ตอนนั้นยังมิได้เป็นสมาชิกของสหประชาชาติแต่อย่างใด จุดมุ่งหมายของกลุ่ม 77 คือ การพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและทางการค้าในระดับโลกร่วมกัน กลุ่มแกนนำขนาดใหญ่มากอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(นาม) ได้ให้การสนับสนุนความพยายามของกลุ่ม 77 โดยได้ทำหน้าที่เป็นแกนนำด้วยเหมือนกัน แต่เป็นในด้านการต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคม สิทธิมนุษยชน และในเรื่องในระดับภูมิภาคต่างๆ อีกทั้งยังมีบทบาทในการกดดันมหาอำนาจให้ยอมบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการควบคุมอาวุธและการลดกำลังรบ

ความสำคัญ กลุ่ม 77 มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนาและในการกดดันประเทศอุตสาหกรรมให้มา (1) ให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ (2)ให้ความร่วมมือทางเทคนิค (3) ให้จัดเงื่อนไขทางการค้าให้ดีขึ้น และ (4) ในเรื่องผลประโยชน์อื่นๆเกี่ยวกับกลุ่มโลกที่สาม อย่างไรก็ดีการได้รับชัยชนะสามารถคุมเสียงข้างมากในสมัชชาใหญ่ได้มิได้สร้างเงื่อนไขที่ดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้า การพัฒนา และการสร้างความทันสมัยขึ้นมาได้เสมอไป เมื่อเป็นเช่นนี้ผลก็คือ ได้เกิดเป็นแนวโน้มขึ้นมาสำหรับกลุ่มประเทศโลกที่สามที่จะเจรจาทำความตกลงในแบบสมานฉันท์กับหมู่ประเทศอุตสาหกรรม ในบางเรื่องกลุ่ม 77 ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลเนื่องจากเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในกลุ่มเอง ดังมีตัวอย่างในการเจรจาสนธิสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเล กลุ่มประเทศในโลกที่สามได้แตกออกเป็นกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เพราะแต่ละกลุ่มมีจุดยืนที่ขัดแย้งกันอันเป็นผลสืบเนื่องจากว่า บางรัฐเป็นรัฐที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง บางรัฐเป็นรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะ บางรัฐไม่มีทางออกทะเล บางรัฐเป็นรัฐผู้ส่งออกแร่ธาตุที่พบในท้องมหาสมุทร ส่วนบางรัฐเป็นรัฐผู้นำเข้าแร่ธาตุที่พบในท้องมหาสมุทร อย่างนี้เป็นต้น แต่เมื่อว่าโดยภาพรวมแล้ว กลุ่มจี 77ได้ทำหน้าที่ในหลายเรื่องอย่างองค์กรที่ไม่เป็นทางการ แต่ก็สามารถทำการตกลงใจอย่างมีประสิทธิผลมากในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

Development Strategy : New International Economic Order(NIEO)

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : ระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ (เอ็นไออีโอ)

การรณรงค์ครั้งสำคัญในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติและในการประชุมว่าด้วยการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(อังค์ถัด) โดยประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย(แอนดีจี) เพื่อขจัดระบบเศรษฐกิจโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันออกไปแล้วนำเอาระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เอื้อต่อผลประโยชน์แก่ประเทศยากจนมาใช้แทน ระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่นี้ได้มีการประกาศเป็นครั้งแรกในสมัยประชุมพิเศษครั้งที่ 16 ของสมัชชาใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1974 ซึ่งในครั้งนั้นสมัชชาใหญ่ได้ยอมรับปฏิญญาว่าด้วยการจัดตั้งระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ ต่อมาในปีเดียวกันนั้นสมัชชาใหญ่ได้สานต่อปฏิญญาดังกล่าวด้วยการให้ความเห็นชอบในกฎบัตรว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ทางเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติที่จำเป็นนำมาใช้ในการดำเนินระเบียบระหว่างประเทศใหม่ เรื่องการจัดตั้งระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่นี้ ซึ่งเป็นเกมการเมืองของกลุ่ม 77(จี-77) (กลุ่มแกนนำประกอบด้วยประเทศด้อยพัฒนาจำนวน 120 ชาติที่ประชุมกันก่อนจะถึงสมัยประชุมเป็นทางการของสมัชชาใหญ่เพื่อตัดสินใจว่าจะยึดแนวทางปฏิบัติใด) ได้ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศอุตสาหกรรมที่มีฐานะร่ำรวยของโลกที่หนึ่ง กับกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาที่มีฐานะยากจนแต่มีจำนวนมากในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา

ความสำคัญ มูลเหตุจูงใจที่จะให้มีการจัดตั้งระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ขึ้นมานี้ ว่าที่จริงแล้ว ก็คือ ความต้องการของประเทศกำลังพัฒนาที่จะให้มีการก่อตั้งระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศเสียใหม่ กับให้มีการดำเนินการจัดสรรความมั่งคั่งของโลกเสียใหม่ด้วย จากมุมมองของกลุ่มประเทศโลกที่สามเห็นว่า เศรษฐกิจระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศที่กำลังพัฒนาและมีฐานะยากจน ดังนั้นประเทศเหล่านี้จึงเกิดความเก็บกดและมุมานะที่จะพัฒนาและสร้างความทันสมัยให้แก่ตนเอง ประเทศด้อยพัฒนาเหล่านี้มีความเชื่อว่า ที่ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นปฐมและผลิตภัณฑ์อื่นๆของตนมีราคาตกต่ำในตลาดการค้าของโลกมาเป็นเวลาหลายปีนั้นก็เพราะผลของลัทธิล่าอาณานิคมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ ระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่นี้เป็นเกมทางการเมืองอย่างหนึ่งของกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาที่มีวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเกมการเมืองที่ประสบความล้มเหลว ก่อนหน้านี้ประเทศด้อยพัฒนาก็ได้เคยพยายามแสวงหาเงินทุนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนามาแล้ว คือ (1) ได้ยื่นเสนอให้มีกองทุนเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติพิเศษ(เอสยูเอ็นเอฟอีดี) (2) กองทุนการพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นซีดีเอฟ) (3) การประชุมว่าด้วยการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(อังค์ถัด) (4) การก่อตั้งสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ(ไอดีเอ) และ(5) ความพยายามที่จะใช้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลกเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา ในความพยายามที่จะหาเงินทุนมาใช้พัฒนาประเทศนั้น ประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายมีความต้องการดังนี้ (1)ต้องการให้ประเทศร่ำรวยเพิ่มความช่วยเหลือต่างประเทศแก่ชาติยากจนมากยิ่งขึ้น (2) ต้องการให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศร่ำรวยสู่ประเทศยากจนให้มากยิ่งขึ้น (3) ต้องการให้ประเทศยากจนมีส่วนในการมีอำนาจตกลงใจในสถาบันทางเศรษฐกิจในระดับโลกมากยิ่งขึ้น(เช่น ในธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ) (4) ต้องการให้ราคาวัตถุดิบของประเทศยากจนมีราคาสูงขึ้นและราคามีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น และ (5) ต้องการให้ประเทศยากจนมีโอกาสส่งสินค้าเข้าไปขายในตลาดของประเทศพัฒนาและร่ำรวยแล้วมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าเป็นความพยายามของชาติยากจนที่ต้องการจะขายแนวความคิดในการจัดตั้งระเบียบระหว่างประเทศใหม่นี้ให้แก่ประเทศร่ำรวยในรูปแบบที่เหมือนกับการประกาศสงครามระหว่างกัน ข้างฝ่ายประเทศที่พัฒนาแล้วโดยการนำของสหรัฐอเมริกาก็ได้ใช้วิธีปฏิเสธข้อเสนอนั้นบ้าง ให้ข้อเสนอนั้นคาราคาซังอยู่อย่างนั้นบ้าง ที่ต้องกระทำอย่างนี้ก็เพราะว่า ระเบียบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อประเทศอุตสาหกรรมนั่นเอง ผลพวงที่เกิดจากความพยายามในระหว่างทศวรรษปี 1970 ถึงทศวรรษปี 1980 ที่จะให้มีการจัดตั้งระเบียบใหม่ในเศรษฐกิจของโลกนี้ ก็คือ ได้มีการยอมรับให้สหประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการจัดหา”ที่ประชุม”ส่วนกลางไว้สำหรับการอภิปรายและถกแถลงเรื่องราวที่เป็นประเด็นทางเศรษฐกิจต่างๆ ประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศซึ่งเกิดความเก็บกดจากความพยายามแล้วไม่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของโลก ก็ได้เริ่มใช้วิธีให้มีการปรับปรุงเศรษฐกิจโลกโดยใช้แบบอย่างของ องค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปิโตรเลียม(โอเปก) และนโยบายรวมตัวผูกขาดทางธุรกิจขององค์การนี้ โดยเห็นว่าเป็นแนวทางเหมาะสมที่จะใช้ต้านทานพลังความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศโลกที่หนึ่งได้

Development Strategy : Technical Assistance

ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา : ความช่วยเหลือทางเทคนิค

การสอนทักษะทางเทคนิคใหม่ๆให้ โครงการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศทางเทคนิคนี้รัฐที่เจริญแล้วจะเสนอให้รัฐด้อยพัฒนาเพื่อช่วยให้ก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายแห่งการสร้างความทันสมัย การถ่ายทอดทักษะที่มีตั้งแต่ระดับที่ง่ายๆไปถึงระดับที่ซับซ้อนมากๆและที่มีตั้งแต่ทักษะการเกษตรแบบพื้นๆไปจนถึงปฏิบัติการและบำรุงรักษาโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ล้วนแต่อยู่ในขอบข่ายของความช่วยเหลือทางเทคนิคนี้ทั้งสิ้น โครงการความช่วยเหลือทางเทคนิคจะให้การพัฒนาทักษะทางด้านการอุตสาหกรรม การจัดการ การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การเหมืองแร่ และการบริหาร

ความสำคัญ การถ่ายทอดทักษะทางเทคนิคต่างๆสู่ผู้คนในดินแดนด้อยพัฒนาของโลก ได้เริ่มกระทำในระดับย่อยๆในช่วงยุคล่าอาณานิคม โดยพวกสอนศาสนา บริษัทดำเนินการทางธุรกิจของเจ้าอาณานิคม และองค์การการกุศลต่างๆ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา โครงการใหญ่ๆดำเนินการผ่านทางความช่วยเหลือในแบบทวิภาคีโดยองค์การในระดับภูมิภาคก็มี โดยสหประชาชาติก็มี ในส่วนของสหประชาชาตินั้น ความช่วยเหลือทางเทคนิคจะเสนอให้ผ่านทางโครงการขยายความช่วยเหลือทางเทคนิค(เอฟตา) และกองทุนพิเศษของโครงการนี้ ต่อมาโครงการทั้งสองนี้ได้รวมกันเข้าเป็นโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดีพี) เมื่อปี ค.ศ. 1965 ทั้งนี้เพื่อความเป็นเอกภาพในการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค ส่วนโครงการในระดับภูมิภาคที่ให้การฝึกอบรมในทักษะสมัยใหม่ ได้แก่ พันธมิตรเพื่อความก้าวหน้า แผนโคลัมโบ กองทุนการพัฒนายุโรปของประชาคมเศรฐกิจยุโรป และองค์การความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ(โออีซีดี) หมู่รัฐกลุ่มตะวันตกจะนิยมให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคในโครงการความช่วยเหลือต่างประเทศของตนยิ่งกว่าที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ทั้งนี้เพราะได้คาดหวังว่า ประเทศด้อยพัฒนาได้ทักษะและนำทักษะนี้ไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ก็จะสามารถดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนของรัฐที่มีทุนเหลือเฟือทั้งหลายนำไปใช้ผลักดันกระบวนการพัฒนาต่อไปได้

Economic Integration : Customs Union

บูรณาการทางเศรษฐกิจ : สหภาพศุลกากร

ข้อตกลงในหมู่รัฐต่างๆที่กำหนดให้มีการค้าเสรีในหมู่สมาชิก และให้มีภาษีศุลกากรภายนอกร่วมกันเพื่อใช้กับสินค้าเข้าจากภายนอกสหภาพ ข้อตกลงในการจัดตั้งสหภาพศุลกากรนี้ตามปกติจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่เก็บภาษีขาเข้าและการแบ่งสรรปันส่วนในหมู่สมาชิกของสหภาพตามสูตรสำเร็จที่ได้ตกลงกันไว้ อัตราภาษีศุลกากรภายนอกที่ใช้ร่วมกันนี้จะอิงพื้นฐานของอัตราเฉลี่ยก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในสหภาพ

ความสำคัญ สหภาพศุลกากรจะส่งเสริมให้มีการขยายการค้าในหมู่สมาชิกโดยใช้วิธีต่อไปนี้ (1)ขจัดอุปสรรคทางการค้า (2) ให้มีความชำนาญเฉพาะทางในการผลิต และ(3) สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้มติมหาชนให้การสนับสนุนการค้าภายในสหภาพ สหภาพศุลกากรจะทำการผลักดันให้ก้าวหน้าต่อไปสู่ความมีเอกภาพทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นโดย (1) ให้มีการเคลื่อนไหวของทุนและแรงงานโดยอิสระ และ (2) ให้มีการกำหนดนโยบายทางการค้าและการเงินร่วมกัน นอกจากนี้แล้ว สหภาพศุลกากรก็ยังจะก้าวต่อไปสู่สหภาพทางการเมือง ยกตัวอย่าง เช่น กรณีของเยอรมนี และของออสเตรีย-ฮังการี ในคริสตศตวรรษที่ 19 สหภาพศุลกากรเบเนลักซ์(ประกอบด้วย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป(สมาชิกแรกเริ่มประกอบด้วยกลุ่ม
เบเนลักซ์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี) ได้ทำหน้าที่เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่ ค.ศ. 1948 และ 1958 ตามลำดับ นอกจากนี้แล้ว ก็ยังอีกหลายชาติที่จัดตั้งสหภาพศุลกากรกับดินแดนที่เป็นเมืองขึ้นของตน ยกตัวอย่าง เช่น ข้อตกลงของสหรัฐอเมริกากับเปอร์โตริโก เป็นต้น


===============================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Economic Integration : Economic Union

บูรณาการทางเศรษฐกิจ : สหภาพทางเศรษฐกิจ

บูรณาการทางเศรษฐกิจของรัฐตั้งแต่สองรัฐขึ้นไป โดยใช้วิธีการพัฒนานโยบายทางด้านเศรษฐกิจร่วมกัน สหภาพทางเศรษฐกิจ (1) จะจัดตั้งตลาดร่วมและภาษีศุลกากรภายนอกร่วมกัน (2) จะกำหนดให้มีการเคลื่อนไหวทางด้านแรงงานและทุนได้โดยอิสระ (3) จะประสานภาษีและเงินอุดหนุนที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าภายในภูมิภาคให้กลมกลืนกัน (4) จะมีเป้าหมายเพื่อประสานนโยบายการคลังและการเงินร่วมกัน การมีสถาบันทางการเมืองเพื่อให้เป็นที่ตัดสินใจทางเศรษฐกิจร่วมกัน เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับสหภาพทางเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น ประชาคมทางเศรษฐกิจยุโรป(อีอีซี) ทำหน้าที่เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจโดยมีองค์กรทางการเมืองต่างๆร่วมกัน

ความสำคัญ สหภาพทางเศรษฐกิจจะมีการกำหนดให้มีการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับสูงสุด ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุถึงบูรณาการในระดับสูงสุดนี้ได้ก็จะเป็นผลมาจากไม่สามารถสร้างสหภาพทางการเมืองที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้นั่นเอง ถึงแม้ว่าสหภาพทางเศรษฐกิจจะมีลักษณะต่างๆคล้ายกับลักษณะของพื้นที่การค้าเสรี และสหภาพทางศุลกากร แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญ คือ ในสหภาพทางเศรษฐกิจจะมีการประสานนโยบายทางการคลังและการเงินภายในหมู่สมาชิก ระดับของบูรณาการในสหภาพทางเศรษฐกิจจะไม่ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่จะมีการขยายต่อไปเรื่อยๆเมื่อมีการพัฒนาสมานฉันท์ในประชาคมจนเกิดการสนับสนุนความร่วมมือในด้านต่างๆขึ้นมา สหภาพทางเศรษฐกิจมีวัตถุประสงค์ดังนี้ คือ (1) เพื่อส่งเสริมตลาดให้ขยายตัวมากขึ้น (2) เพื่อให้เกิดความชำนาญเฉพาะอย่างในการผลิตมากยิ่งขึ้น และ (3)เพื่อให้มีมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นโดยวิธีให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นอันสืบเนื่องมาจากลัทธิปกป้องของภาครัฐบาลได้ถูกขจัดออกไปได้

=============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Economic Integration : Free Trade Area

บูรณาการทางเศรษฐกิจ : เขตการค้าเสรี

ภูมิภาคที่ประกอบด้วยรัฐตั้งแต่สองรัฐขึ้นไป ที่มีการขจัดภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้าต่างๆออกไป เขตการค้าเสรีมีข้อแตกต่างจากระบบสิทธิพิเศษ ซึ่งเป็นระบบที่ให้คงภาษีศุลกากรเอาไว้เพียงแต่กำหนดอัตราพิเศษไว้แก่ชาติสมาชิก แต่เขตการค้าเสรีนี้ก็ยังไม่ก้าวไปถึงขั้นของสหภาพศุลกากร ที่นอกจากจะมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแล้วก็ยังมีการกำหนดให้ใช้ระบบภาษีศุลกากรร่วมกันระหว่างชาติสมาชิกกับชาติที่มิได้เป็นสมาชิกด้วย ในข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีนี้ รัฐสมาชิกยังคงมีอิสระอย่างเต็มที่ที่จะพัฒนานโยบายการค้าชาติตนกับชาติอื่นๆทั่วโลกได้ ตัวอย่างของเขตการค้าเสรี ได้แก่ สมาคมการค้าเสรียุโรป (เอฟตา) และสมาคมบูรณาการละตินอเมริกา (แอลเอไอเอ)

ความสำคัญ ข้อตกลงว่าด้วยพื้นที่การค้าเสรีมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนการค้าระหว่างรัฐสมาชิก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังปล่อยให้ความสัมพันธ์ทางการค้าของรัฐสมาชิกกับรัฐอื่นๆยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบการให้สิทธิพิเศษทั้งหลายทั้งปวง คือ จะทำให้ชาติที่อยู่ภายนอกเขตพื้นที่นี้เห็นว่าเป็นระบบที่มีอคติได้ ทั้งนี้เพราะว่าสินค้าส่งออกของชาติภายนอกที่ส่งไปยังเขตการค้าเสรีนี้จะมีราคาแพงมากยิ่งขึ้นและมีการแข่งขันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าส่งออกของชาติสมาชิกในเขตพื้นที่ สมาคมการค้าเสรียุโรป(เอฟตา) เป็นเขตการค้าเสรีในแบบพหุภาคีแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ขั้นพื้นฐาน คือ การขจัดภาษีศุลกากรทางด้านอุตสาหกรรมทุกอย่างระหว่างหมู่ชาติสมาชิกได้สำเร็จ


===========================


ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Economic Integration : Marshall Plan

บูรณาการทางเศรษฐกิจ : แผนมาร์แชลล์

ข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นายจอร์จ ซี. มาร์แชลล์ เมื่อปี ค.ศ. 1947 ให้สหรัฐฯดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่พังพินาศจากผลของสงครามในยุโรปตะวันตก รัฐสภาคองเกรสของสหรัฐฯได้ยอมรับแผนมาร์แชลล์นี้ในปี ค.ศ. 1948 เมื่อได้จัดตั้งโครงการบูรณะยุโรป(อีอาร์พี) เพื่อจัดหาเงินทุนแบบให้เปล่าและเงินกู้ให้แก่ชาติต่างๆในยุโรปที่ตกลงใจเข้ามาร่วมโครงการ และจากการกระตุ้นของสหรัฐฯ 16 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการก็ได้จัดตั้งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป(โออีอีซี) อันเป็นองค์การในระดับภูมิภาคเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในโครงการฟื้นฟูบูรณะ และเพื่อร่วมกันร่างรายการของทรัพยากรและความต้องการต่างๆให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สหภาพโซเวียตและประเทศที่ปกครองตามระบอบคอมมิวนิสต์อื่นๆในยุโรปตะวันออก ได้รับเชิญให้เข้ามาร่วมในโครงการนี้เหมือนกันแต่ทุกประเทศได้ปฏิเสธคำเชิญหมด ในระหว่างปี ค.ศ. 1948-1952 สหรัฐฯ ได้จัดหาเงินแบบให้เปล่าและเงินกู้มีมูลค่าถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ภายใต้โครงการแผนมาร์แชลล์นี้

ความสำคัญ จากความสำเร็จของแผนมาร์แชลล์ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือใหญ่หลังสงครามโลกครั้งที่สองโครงการแรกนี้เอง ได้ช่วยไปกระตุ้นให้ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯและรัฐสภาคองเกรสให้ใช้การช่วยเหลือต่างประเทศเป็นยุทธวิธีสำหรับการต่อสู้เพื่อสร้างความปั่นปวนรวนเรให้แก่เป้าหมายของคอมมิวนิสต์ในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย เมื่อถึงปี ค.ศ. 1952 แผนมาร์แชลล์นี้ได้ไปช่วยจุดประกายการฟื้นฟูที่สำคัญให้ปะทุขึ้นในทวีปยุโรปไปส่งผลให้ประเทศต่างๆที่เข้าร่วมโครงการได้ฟื้นตัวเข้าสู่ระดับก่อนสงครามไปตามๆกัน ความพยายามของสหรัฐฯภายใต้แผนมาร์แชลล์ที่จะส่งเสริมการสร้างบูรณาการทางเศรษฐกิจในยุโรปให้บรรลุวัตถุประสงค์ คือ การมีตลาดร่วมแต่เพียงแห่งเดียวสำหรับทุกประเทศในยุโรปตะวันตก ก็ได้คืบคลานใกล้จะบรรลุเป้าหมายเข้าไปทุกที ทั้งนี้โดยได้มีการขยายสมาชิกภาพของประชาคมยุโรปไปยังอีก 10 ชาติและก็ยังมีชาติอื่นๆอีกหลายชาติต้องการสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอยู่เรื่อยๆ ในปี ค.ศ. 1961 องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ(โออีซีดี) ก็ได้เข้ามาแทนที่องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป(โออีอีซี) ซึ่งองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจนี้ก็ได้สืบสานงานประสานความร่วมมือให้เป็นหนึ่งเดียวกันทางด้านเศรษฐกิจจากชาติสมาชิกทั้ง 24 ชาติโดยผ่านทางโครงสร้างการให้คำปรึกษา โดยที่การตัดสินใจขององค์การฯแม้จะมีอิทธิพลมากแต่ก็ไม่มีผลผูกพันให้ชาติสมาชิกต้องปฏิบัติตาม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ได้รับการส่งเสริมโดยแผนมาร์แชลล์ได้รับการหนุนหลังมากขึ้นในปี ค.ศ. 1949 จากการใช้แนวทางการทหารและความมั่นคงเพื่อสร้างบูรณาการของประชาคมแอตแลนติกเหนือที่มีอยู่ในสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือและองค์การนาโต

==============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

Elephantstay,Thailand,

Elephantstay,Thailand,
Live,work and play with elephants