Google

Wednesday, September 23, 2009

Monetary Policy : International Monetary Fund(IMF)

นโยบายทางการเงิน : กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)

ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาโดยการประชุมการเงินและการคลังเบรตตันวูดส์ปี ค.ศ. 1944 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ วัตถุประสงค์หลักของกองทุนการเงินระหว่างประเทศมีดังนี้ คือ (1) เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในการปริวรรตเงินตรา (2) เพื่อจัดตั้งระบบการชำระเงินในแบบพหุภาคีทั่วโลก และ(3) เพื่อจัดหาเงินทุนสำรองเพื่อช่วยชาติสมาชิกแก้ปัญหาความเสียเปรียบดุลการชำระเงินในระยะสั้น เมื่อปี ค.ศ. 1987 กองทุนการเงินระหว่างประเทศมีสมาชิกจำนวน 151 ชาติ กองทุนการเงินระหว่างประเทศมีหน้าที่สร้างเสถียรภาพทางการเงิน 2 ประการ คือ (1) คอยกำกับดูแลค่าของเงินตราโดยควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน (2) กำหนดให้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะทำให้สมาชิกซื้อเงินตราต่างประเทศด้วยเงินตราสกุลภายในชาติตนเพื่อนำมาแก้ปัญหาในช่วงที่ประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจขั้นร้ายแรงได้ เมื่อสมาชิกสามารถทำได้เช่นนี้ก็จะนำการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้นมาใช้ซื้อเงินตราสกุลของตนคืนและกองทุนการเงินระหว่างประเทศก็จะได้เงินคืนไป อำนาจในการลงคะแนนเสียงในกองทุนการเงินระหว่างประเทศถูกกำหนดด้วยขนาดของเงินอุดหนุนของชาติสมาชิก ทั้งนี้โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ถือเงินอุดหนุนอยู่ถึงหนึ่งในห้าของเงินอุดหนุนทั้งหมด ปกติแล้วการตัดสินใจในกองทุนการเงินระหว่างประเทศจะริเริ่มโดยกลุ่มจี -10 คือ กลุ่มมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมใหญ่ 10 ชาติที่จะลงคะแนนเสียงกันในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

ความสำคัญ กองทุนการเงินระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันมิให้ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองหวนกลับคืนสู่สภาวะทางการคลังที่สับสนวุ่นวายของช่วงทศวรรษปี 1930 โดยเป็นช่วงที่อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราเกิดการผันผวนอย่างหนักและเกิดการแข่งขันลดค่าเงินสกุลของแต่ละชาติเป็นว่าเล่น การลดค่าเงินตราที่สำคัญๆไม่เกิดขึ้น ยกเว้นการลดค่าเงินสกุลปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษในปี ค.ศ. 1949 และ 1967 และกองทุนการเงินระหว่างประเทศโดยทั่วไปแล้วยังประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างเสถียรภาพค่าของเงินตรา แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศก็กำลังเผชิญปัญหาที่สำคัญ คือ (1) การขาดดุลการชำระเงินของสหรัฐอเมริกาอย่างซ้ำซากต่อเนื่อง (2) การขาดแคลนทุนสำรองระหว่างประเทศในช่วงที่การค้ากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ (3) การเรียกร้องให้กลับไปใช้ระบบมาตราทองคำ เมื่ออุปทานของทองคำและดอลลาร์ที่จะนำมาใช้เป็นเงินทุนสำรองมีอยู่อย่างจำกัด เมื่อปี ค.ศ. 1969 กองทุนการเงินระหว่างประเทศจึงได้เริ่มให้มีการใช้ระบบ สิทธิเบิกเงินพิเศษ(สเปเชียล ดรอวิ่ง ไร้ท์ =เอสดีอาร์) เพื่อนำเงินมาเสริมทุนที่มีอยู่นั้น โดยมีการเบิกเงินพิเศษในระบบเอสดีอาร์นี้ในระยะเริ่มแรกมีมูลค่าถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเหตุที่เอสดีอาร์นี้เป็นเพียงตัวหนังสือในแฟ้มธุรการของระบบบัญชีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเท่านั้นเอง พวกสื่อมวลชนก็จึงให้สมญานามเอสดีอาร์นี้ว่า “ทองคำกระดาษ” เมื่อเกิดวิกฤติการณ์หนี้สินขึ้นมาในกลุ่มประเทศโลกที่สาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้รายสุดท้ายเพื่อป้องกันมิให้เกิดการ ”ชักดาบ” หนี้สินเก่า ทั้งนี้โดยได้ปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ให้ประเทศลูกหนี้เหล่านี้นำไปชำระคืนหนี้เงินกู้เก่า ในทศวรรษปี 1980 กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ร่วมมือกับธนาคารโลกในการหามาตรการป้องกันมิให้กลุ่มประเทศโลกที่สาม ”ชักดาบ”เงินกู้ ทั้งนี้โดยใช้วิธีนำเงินที่ปล่อยกู้นั้นไปผูกหูไว้กับการจ่ายคืนหนี้ที่สำคัญที่ประเทศนั้นๆมีอยู่กับสถาบันทางการเงินต่างๆทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล

================================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

No comments:

Post a Comment

Elephantstay,Thailand,

Elephantstay,Thailand,
Live,work and play with elephants